วงเวียนชีวิต !

*ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เดี๊ยนจั่วหัวขึ้นมาแบบนี้ ไม่ได้ต้องการสร้างดราม่าอะไรทั้งสิ้น เพราะต้องการชี้ให้เห็นการขึ้นลงของดัชนีในช่วงหลายเดือนยังอยู่ในกรอบเดิม หรือแม้กระทั่งตัวแปรที่ถูกหยิบยกขึ้นมาปั่นกระแส ก็เป็นเรื่องเก่าเล่าขานมานานเน ! ส่งผลให้ภาพของการลงทุนหวือหวาเฉพาะในบางช่วงบางตอน ซึ่งเป็นเรื่องที่นักเล่นต้องเข้าใจเกมเที่ยวนี้อย่างถ่องแท้นะคะ

เจาะกระดานหุ้น : โมนิก้าและทีมงาน

*ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เดี๊ยนจั่วหัวขึ้นมาแบบนี้ ไม่ได้ต้องการสร้างดราม่าอะไรทั้งสิ้น เพราะต้องการชี้ให้เห็นการขึ้นลงของดัชนีในช่วงหลายเดือนยังอยู่ในกรอบเดิม หรือแม้กระทั่งตัวแปรที่ถูกหยิบยกขึ้นมาปั่นกระแส ก็เป็นเรื่องเก่าเล่าขานมานานเน ! ส่งผลให้ภาพของการลงทุนหวือหวาเฉพาะในบางช่วงบางตอน ซึ่งเป็นเรื่องที่นักเล่นต้องเข้าใจเกมเที่ยวนี้อย่างถ่องแท้นะคะ

*เหมือนกับปรากฏการณ์ที่ “โมนิก้า” เล่าให้ฟังเมื่อวันก่อนว่า กรอบเล่นหุ้นหลัก ๆ อยู่ที่ระดับ 1,660-1,730 จุด โดยผู้เล่นส่วนใหญ่ยังใช้กลยุทธ์ “ขายบน ซื้อล่าง” เพื่อความคล่องตัวในการทำรอบ บวกกับเหตุผลที่ใช้อธิบายในเที่ยวนี้เป็นเรื่องของราคาหุ้นต่ำเกินไป จึงเห็นแรงซื้อไหลกลับเข้ามาเป็นจำนวนมาก เมื่อดัชนีไหลลงมาแตะระดับแนวรับสำคัญนะจะบอกให้

*ด้วยเหตุนี้อย่าได้แปลกใจที่ดัชนีพุ่งขึ้นมาปิดที่ 1,717.96 จุด บวกไป 38.57 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.86 หมื่นล้านบาท แถมเป็นการทะยานทะลุแนวต้าน 1,700 จุดอย่างง่ายดาย เพราะตลาดหุ้นกำลังตื่นเต้นกับการเลือกตั้ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งจะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจในประเทศหมุนเวียนดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ หุ้นบลูชิพเลยกลายเป็นหุ้นกลุ่มหลักที่กองทุนตะลุยซื้อย่างหนักหน่วงไงล่ะคะ

*คล้ายกับการทะยานขึ้นของพานทองแท้ PTT ทะยานขึ้นมาปิดที่ 52 บาท บวกไป 2.50 บาท หรือขึ้นไป 5% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.07 พันล้านบาท ก็มีวงรอบของการเล่นอยู่ที่บริเวณ 49-53 บาทมาสักระยะหนึ่ง จึงไม่ใช่เรื่องตื่นเต้นสำหรับ “โมนิก้า” ที่เห็นราคาหุ้นทะยานขึ้นอย่างร้อนแรง เพราะสิ่งที่เดี๊ยนสนใจมากสุดในเวลานี้เป็นเรื่องของราคาหุ้นจะวิ่งขึ้นไปหายอดเก่าที่บริเวณ 58 บาทได้ตอนไหนเจ้าค่ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ CPALL กระชากขึ้นอย่างร้อนแรง พร้อมกับเปิดแก๊ปกว้างเหลือเกิน ก่อนจะปิดเกมด้วยการยืนที่ระดับ 68.50 บาท บวกไป 3 บาท หรือขึ้นไป 4.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.90 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นการรีบาวด์ธรรมดา ๆ มากกว่าประเด็นอื่น เพราะในเมื่อเห็นกันทนโท่ว่า กำไรปีนี้ไม่โตอย่างที่คาดหวัง การเทรดบนค่า P/E 28 เท่าอาจสูงเกินไปหรือเปล่า ? ลองถามใจเธอดูนะจ๊ะ

*ฉีกกฎหมดทุกอย่างต้องยกให้ PTTEP มีแรงซื้ออัดเข้ามาตูมเดียว จนหุ้นพุ่งขึ้นมาปิดที่ 148 บาท บวกไป 7 บาท หรือขึ้นไป 4.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.22 พันล้านบาท พร้อมกับแสดงความต้องการขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 152 บาทเป็นครั้งที่ 2 ย่อมเป็นเรื่องที่ “โมนิก้า” ต้องเอาใจช่วยเป็นธรรมดา บวกกับทิศทางของหุ้นยังอยู่ในช่วง sideway up จึงเป็นอะไรที่น่าตามไปดูมาก ๆ นะจะบอกให้

*อีกรายที่น่าเอาใจช่วยสุด ๆ “โมนิก้า” ขอย้อนกลับไปดูน้องสวย BEAUTY เพื่อชี้ให้เห็นความพยายามในการฝ่าแนวต้านบริเวณ 11.60 บาทมาแล้วหลายรอบ สุดท้ายก็ไม่สามารถฝ่าขึ้นไปได้สักที จนวานนี้ทะยานขึ้นมาปิดที่ 11.20 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 3.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.97 พันล้านบาท ย่อมเป็นอีกหนึ่งช็อตที่ทำให้วันนี้มีลุ้นวิ่งฝ่าแนวต้านดังกล่าวนะจ๊ะ

*ส่วนในรายของ SAWAD สามารถวิ่งทะลุกรอบแนวต้านบริเวณ 44.50 บาทขึ้นไปอย่างง่ายดาย ก่อนจะปิดที่ระดับ 46.50 บาท บวกไป 3 บาท หรือขึ้นไป 6.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.24 พันล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นเกมที่นักเล่นต้อง follow buy แบบไม่มีข้อแม้ เพราะทั้งทิศทาง และน้ำหนัก ค่อนข้างเป็นใจให้มาในทางนี้ เดี๊ยนถึงต้องติดตามอย่างใกล้ เพื่อดูปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเจ้าค่ะ

*พอเม้าท์ถึงเรื่องความชัดเจนทางการเมือง “โมนิก้า” ย่อมต้องหันไปมองหุ้นการเมืองดาวเด่นอย่าง STEC เป็นเจ้าแรกก่อนใครเพื่อน เพราะการขึ้นมาติดในกระดาน most active ด้วยวอลุ่มที่แน่นขนัด ย่อมไม่ใช่เหตุบังเอิญอย่างแน่นอน อีกทั้งการทะยานขึ้นทะลุกรอบเพดานเก่าแบบสบาย ๆ เลยทำให้ราคาปิดที่ 24.30 บาท บวกไป 1.40 บาท หรือขึ้นไป 6.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.36 พันล้านบาทกลายเป็นช็อตไหลตามน้ำนะซี

*สำหรับในรายของ SAMART พอสบช่องได้โอกาสขึ้น ก็รีบกุลีกุจอขึ้นในทันที “โมนิก้า” มองเป็นเกมที่ไม่ยั่งยืนสักเท่าไหร่ เพราะโมเมนตัมของหุ้นยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ บวกกับประวัติเก่าเคยเห็นหุ้นขึ้นแรงสุดแบบผิดปกติ ต่อมาอีกวันก็ม่อยกระรอกไม่เป็นท่า จึงไม่มั่นใจว่า การขึ้นมาปิดที่ 8 บาท บวกไป 0.65 บาท หรือขึ้นไป 8.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 172 ล้านบาท เป็นจุดที่ควรเล่นต่อนะซี

*ตบท้ายด้วยหุ้น AMATA เพื่อเป็นการย้ำหัวหมุดให้ทุกคนได้เห็นว่า เมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ  บริษัทต่างประเทศจะมีการเข้าลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมขายดีเป็นเทน้ำเทท่าไปด้วย วานนี้ถึงเห็นพวกนกรู้กระโจนเข้าใส่กันหนุบหนับ จนราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 21.40 บาท บวกไป 1.20 บาท หรือขึ้นไป 5.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1 พันล้านบาทไงล่ะคะ