เมืองไทยไม่หน้าอาย

คลิปท่านผู้นำโบกแท่งไฟจริงจัง นั่งชม AKB48 เต้นฟอร์จูนคุกกี้ กลางตึกไทยคู่ฟ้า ในเพจ “Gen.Prayut Chan-o-cha ทีมงาน” มีคนดูร่วม 4 ล้านคน น่าจะมากที่สุดนับแต่เปิดเพจ

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

คลิปท่านผู้นำโบกแท่งไฟจริงจัง นั่งชม AKB48 เต้นฟอร์จูนคุกกี้ กลางตึกไทยคู่ฟ้า ในเพจ “Gen.Prayut Chan-o-cha ทีมงาน” มีคนดูร่วม 4 ล้านคน น่าจะมากที่สุดนับแต่เปิดเพจ

ถือเป็นความสำเร็จของโอตู่ ? ก็ขึ้นอยู่กับคนดูรู้สึกอย่างไร ปลาบปลื้ม ชื่นชม หรือขบขัน ปนเซอร์ไพรส์ มีผู้นำประเทศไหนบ้าง เปิดทำเนียบให้วงไอดอลหรือเกิร์ลกรุ๊ปเต้นโชว์ แล้วนำรัฐมนตรีพร้อมทีมงาน นั่งเรียงแถวโบกแท่งไฟ ยังกะเด็กวัยทีน

หวังว่าคลิปนี้คงไม่เผยแพร่ไปถึงผู้นำประเทศต่าง ๆ เพราะการที่ไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปวงดังเข้าพบผู้นำจับมือ 8 วิ 10 วิ แม้เป็นเรื่องธรรมดา แต่ส่วนใหญ่อยู่ในบรรยากาศ “เยี่ยมคารวะ” คือผู้นำเป็นบุคคลสำคัญของงาน ผู้มาเยือนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าคารวะ

ไม่ใช่ว่าผู้นำเห่อซะจนทำตัวยังกะ FC ปล่อยให้ไอดอลเป็นฝ่ายกำกับเวที อย่างที่โบว์ ณัฏฐามหัทธนา ทักท้วง ว่านี่มันงานโปรโมตผู้นำ หรือโปรโมตไอดอล ทีมงานที่ดูแลงานสื่อสารและพิธีการไม่ได้ตระเตรียมให้ภาพที่ออกมาสร้างเครดิตให้ท่าน ตรงกันข้าม AKB โกยเครดิตไปเต็ม ๆ ว่าได้นายกฯ ไทยเป็นโอตะ ให้ทำอะไรก็ทำ ไม่ต่างจากลุง ๆ ที่ญี่ปุ่น

เข้าใจไว้ด้วยนะ BNK ไม่เหมือน AKB วัฒนธรรมไทยญี่ปุ่นต่างกัน โอตะ AKB ที่ญี่ปุ่นมีจำนวนมากเป็นลุง ๆ ที่อยากจับมือนุ่ม ๆ ของสาววัยรุ่น

แต่ดูเหมือนรัฐบาลจะมีแต่ความภาคภูมิใจ อวดโอ่เป็นผลงาน สวนทางกับที่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ประกาศรายชื่อ 38 ประเทศพฤติกรรมน่าละอาย ตอบโต้หรือข่มขู่บุคคลที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งไทยเป็น 1 ใน 29 ประเทศที่เพิ่งถูกขึ้นบัญชีใหม่

กระทรวงการต่างประเทศตอบโต้ ประเทศไทยไม่มีนโยบายหรือเจตนาที่จะข่มขู่คุกคามนักสิทธิมนุษยชน ทำเอาผู้คนหัวร่องอหาย เรื่องแย่ ๆ อย่างนี้ ใครจะบอกว่ามีเจตนา หรือประกาศเป็นนโยบาย ต้องดูการกระทำ การใช้อำนาจ ว่าใช่หรือไม่ใช่

ไม่กี่วันก่อน สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศจัดเสวนา อนาคตนายพลพม่า จะถูกดำเนินคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศหรือไม่ แต่ถูกตำรวจไทยสั่งห้าม อ้างกระทบความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรืออาจมีผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์เกิดความวุ่นวาย

น่าขันไหม ก่อนหน้านั้น สนช.ยุคเผด็จการ เพิ่งผ่านกฎหมายเอกสิทธิ์คุ้มกันองค์กรระหว่างประเทศ หวังให้ไทยเป็นเจนีวาแห่งเอเชีย ทั้งที่ตำรวจทหารไทยเพิ่งจับผู้ลี้ภัย ที่มีบัตร UNHCR แต่บอกว่าไม่มีความหมาย

รัฐบาลไทย ยุคใช้ ม.44 อุ้มคนเข้าค่ายทหาร ไม่ใช่ไม่เอาสิทธิมนุษยชนนะ เพราะอุตส่าห์ประกาศสิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ แต่สิทธิมนุษยชนของรัฐไทย มีความหมายต่างกับชาวโลก ตรงที่บอกว่าการใช้อำนาจปราบปรามคนทำผิด ก็คือปกป้องสิทธิมนุษยชนแล้วไง เช่น ปราบค้ามนุษย์ จัดระเบียบประมง หรือไล่จับเจ้าหนี้นอกระบบ ฯลฯ ทั้งหมดนี้รัฐทำดีแล้วนักสิทธิมนุษยชนจะเห็นต่างวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ ทำไมไม่ไปเรียกร้องสิทธิมนุษยชนกับโจรใต้บ้างล่ะ

พูดง่าย ๆ สิทธิมนุษยชนเป็นของรัฐ ใช้ปรุงแต่งให้ภาพดูดี ใช้ปกป้องการค้าการลงทุน นักสิทธิอย่ามายุ่ง อย่าวิจารณ์ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือเท่านั้น

 ก็ไม่ต่างอะไรกับประชาธิปไตย มีเลือกตั้งในแบบที่กำหนดให้ คลายล็อก ปลดล็อก ตามอำเภอใจ คลายล็อกแล้วใส่โซ่ตรวน ห้ามหาเสียงออนไลน์ก็ถือเป็นบุญเท่าไหร่แล้ว ประชาชนผู้รอส่วนบุญควรโห่ร้องดีใจ

เราอยู่ในสังคมที่มีอำนาจเสียอย่าง ทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องอาย