JKNคว้าลิขสิทธิ์ “นาคี 2” ขายต่างประเทศ มั่นใจกระแสตอบรับดีหนุนรายได้ปีนี้โต 20% ตามเป้า!

JKN คว้าลิขสิทธิ์ "นาคี 2" ขายต่างประเทศ มั่นใจกระแสตอบรับดีหนุนรายได้ปีนี้โต 20% ตามเป้า!


นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานในปี 61 คาดว่าจะเติบโตได้ตามเป้าหมาย 20% จากปีก่อน ปัจจัยมาจากความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ประเภทซีรี่ส์อินเดียและฟิลิปปินส์ในตลาดต่างประเทศในกลุ่ม CLMV มีอัตราเติบโตที่โดดเด่น หลังจากช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้บริษัทรับรู้รายได้บางส่วนจากการจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ซีรี่ส์อินเดียและฟิลิปปินส์ และได้เริ่มทยอยส่งมอบลิขสิทธิ์ไปแล้วคิดเป็นมูลค่าไปแล้ว 77 ล้านบาท จากมูลค่าสัญญาทั้งหมด 120 ล้านบาท โดยในส่วนที่เหลือจะทยอยส่งมอบและรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังทั้งหมด

นอกจากนี้ ล่าสุดยังได้เป็นตัวแทนจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ภาพยนตร์เรื่อง “นาคี2” โดยจะมีการต่อยอดกระแสความนิยมของภาพยนตร์เพื่อจำหน่ายไปทั่วโลก ยกเว้นประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีและช่วยสนับสนุนรายได้ของ JKN ให้เติบโตตามแผน

“ปีนี้เราจะเห็นรายได้จากตลาดต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมาจากความสำเร็จในการรุกขยายคอนเทนต์ลิขสิทธิ์คอนเทนต์ซีรี่ส์อินเดียและฟิลิปปินส์ และลิขสิทธิ์คอนเทนต์ช่อง 3 ไปในประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก รวมถึงตลาดในประเทศก็มีทีวีดิจิทัลให้ความสนใจซื้อคอนเทนต์ซีรี่ส์อินเดียและฟิลิปปินส์ไปออกอากาศเพิ่มเติม จึงช่วยสนับสนุนให้เราผลักดันการเติบโตได้ตามแผนที่ตั้งเป้าจะเติบโต 20%” นายจักรพงษ์ กล่าว

สำหรับกระแสซีรีส์อินเดียและฟิลิปปินส์ในตลาดประเทศไทย ยังคงครองความนิยมจากผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ลูกค้ารายใหม่ที่เป็นผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลให้ความสนใจติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ซีรี่ส์เข้ามาอีก 2-3 ราย เพื่อนำไปออกอากาศสร้างเรตติ้งให้แก่ทางสถานี โดยคาดว่า JKN จะสามารถสรุปรายละเอียดของสัญญาสำหรับลูกค้ารายใหม่ได้ทั้งหมดภายในปีนี้

นอกจากนี้ JKN ยังประสบความสำเร็จในการทำตลาดเพื่อจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ละครไทยจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ไปยังภูมิภาคอาเซียน โดยมีตลาดสำคัญได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เริ่มทยอยส่งมอบลิขสิทธิ์คอนเทนต์บางส่วนให้แก่ฟิลิปปินส์และมาเลเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสามารถปิดการขายในประเทศอินโดนีเซียที่จะทยอยส่งมอบได้ในไตรมาส 4/61 ปีนี้ พร้อมกันนี้ บริษัทยังจะรุกขยายตลาดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไทยไปยังตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มเติม ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ โดยคาดว่าจะสรุปรายละเอียดของสัญญาได้ภายในสิ้นปีนี้และจะเริ่มส่งมอบคอนเทนต์ได้ภายในต้นปี 2562

 

Back to top button