หุ้นเล็กเดือน ต.ค. ราคาพุ่งติดเทอร์โบ!

การเฟ้นหาหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ว่าด้วยส่วนของราคาหุ้นที่สามารถปรับตัวขึ้นชนะดัชนี mai เดือนตุลาคม 2561 ที่ผ่านมาถือว่ายาก... “เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร”

เส้นทางนักลงทุน

การเฟ้นหาหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ว่าด้วยส่วนของราคาหุ้นที่สามารถปรับตัวขึ้นชนะดัชนี mai เดือนตุลาคม 2561 ที่ผ่านมาถือว่ายาก… “เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร”

เนื่องจากราคาหุ้นเผชิญแรงเทขายทำกำไรออกมา…. “เพื่อลดความเสี่ยง” จากแรงกดดันปัจจัยต่างประเทศเป็นหลักนั่นเอง โดยเจอแรงเทขายออกมาไม่ต่างไปจากหุ้นกลุ่มขนาดใหญ่ และขนาดกลาง!!!….ต่างลงหนัก

ทั้งนี้ สรุปได้จากภาพรวมของดัชนี mai ประจำเดือนตุลาคม 2561 พบว่า ปรับตัวลง 33.57 จุด หรือลงไป 7.36% โดยวัดจากวันที่ 28 ก.ย.61 ปิดที่ระดับ 456.38 จุด ขณะที่วันที่ 31 ต.ค.61 ดัชนีปิดที่ระดับ 422.81 จุด

ดังนั้น ดูสิว่ามีหลักทรัพย์ใดบ้างที่ราคาหุ้นสามารถปรับตัวขึ้นชนะดัชนีบวกได้อย่างแข็งแกร่ง ได้แก่ OCEAN, UREKA, SEAOIL, FOCUS, PIMO, COLOR, XO, ARIP, UBIS, QLT, TNDT, CIG, TPCH, และ AIRA เป็นต้น

สำหรับหุ้นที่นำเสนอตัวที่ราคาปรับตัวขึ้น จี๊ดสุด ๆ เป็น บริษัท โอเชี่ยน คอมเมิรช จำกัด (มหาชน) หรือ OCEAN โดยราคาหุ้นวันที่ 28 ก.ย.61 ปิดที่ระดับ 2.42 บาท ขณะที่วันที่ 31 ต.ค.61 ปิดที่ระดับ 5.10 บาท เป็นการปรับตัวไป 2.68 บาท หรือขึ้นไป 110.74% นับเป็นการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงทุกช่วงเดือนที่ผ่านมา

นับว่าเป็นปัจจัยบวกจากการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังจากบริษัทมีการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้ “ชัชชญา ไตรตระกูลชัย” เจ้าของ บริษัท ละแมน้ำมันปาล์ม จำกัด โดยมีจำนวน 482.57 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.80 บาท คิดเป็นมูลค่า 386.05 ล้านบาท ซึ่งภายหลังการเพิ่มทุนครั้งนี้จะเข้ามาถือหุ้นใน COEAN สัดส่วน 40%

ปัจจัยบวกต่อมาในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือนบริษัทได้รับออเดอร์ซื้อขายน้ำมันปาล์มดิบกว่า 100 ล้านบาท หลังจากเริ่มดำเนินธุรกิจซื้อขายน้ำมันปาล์มดิบชนิด A (Crude Palm Oil type A หรือ CPOA) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. โดยบริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนที่สามารถนำมาดำเนินธุรกิจได้จากการได้รับชำระเงินเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) ทำให้ขณะนี่บริษัทบริหารธุรกิจได้อย่างคล่องตัว นี่เป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีมาก ๆ สำหรับ OCEAN ในการก้าวเข้าสู่ธุรกิจน้ำมันปาล์ม

ตัวต่อมาปรับตัวร้อนแรงไม่แพ้กัน อย่าง บริษัท ยูเรกา ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ UREKA โดยราคาหุ้นวันที่ 28 ก.ย.61 ปิดที่ระดับ 1.10 บาท ขณะที่วันที่ 31 ต.ค.61 ปิดที่ระดับ 1.91 บาท เป็นการปรับตัวไป 0.81 บาท หรือขึ้นไป 73.64%

มองว่าเป็นการเข้าเก็งกำไรต่อความเชื่อมั่นแนวโน้มผลประกอบการในครึ่งปีหลังน่าจะเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากมีจำนวนงานเพิ่มขึ้นและสามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด  โดยแผนงานในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทยังคงขยายชนิดสินค้าและมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าเพิ่มต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Non-Automotive มากขึ้น พร้อมกับเน้นหางานที่เป็นระบบ Production Automations, Logistics Automation และ Robots Application มากขึ้น ในขณะที่กลุ่มลูกค้าเดิม Automotive ก็คงยังรักษาความสัมพันธ์ไว้เช่นเดิม

ขณะที่ บริษัท ซีออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAOIL โดยราคาหุ้นวันที่ 28 ก.ย.61 ปิดที่ระดับ 2.10 บาท ขณะที่วันที่ 31 ต.ค.61 ปิดที่ระดับ 3.24 บาท เป็นการปรับตัวไป 1.14 บาท หรือขึ้นไป 54.29% เป็นการขึ้นโดยไม่มีสาเหตุว่ามีปัจจัยอะไรเข้ามาสนับสนุน หรือเป็นเพียงการขึ้นจากการเข้าเก็งกำไร ด้วยการเก็งกำไรตามสัญญาณเทคนิคที่เป็นขาขึ้นเท่านั้น

ส่วน บริษัท โฟคัส ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FOCUS โดยราคาหุ้นวันที่ 28 ก.ย.61 ปิดที่ระดับ 1.25 บาท ขณะที่วันที่ 31 ต.ค.61 ปิดที่ระดับ 1.56 บาท เป็นการปรับตัวไป 0.31 บาท หรือขึ้นไป 24.80% สำหรับราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเป็นการเข้าเก็งกำไรตามสัญญาณเทคนิคที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่ปัจจัยอื่น ๆ ไม่มีเข้ามาสนับสนุนอย่างใด

นอกจากหุ้นข้างต้นแล้วยังมีหุ้นตัวอื่น ๆ ให้นักลงทุนได้ชม (ดูรายละเอียดจากตารางประกอบ)

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงนำเสนอหุ้นในตลาด เอ็ม เอ ไอ ที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงช่วงเดือนตุลาคมเท่านั้น แต่อย่าลืมว่าหุ้นขนาดเล็กราคาหุ้นมักเหวี่ยงแรง !!!! ควรเลือกลงทุนดี ๆ ๆ ๆ

ขณะเดียวกันหุ้นบางตัวไม่มีสภาพคล่องสักเท่าไรนัก ดังนั้นการที่จะเข้าไปลงทุนควรดูจังหวะเหมาะสม แบบว่าเข้าเร็ว ออกเร็ว…!!! เห็นว่ามีกำไรก็ขายทำกำไรไว้ก่อน…ไม่นั้นจะเป็นพวกชาวดอย !!!

สรุปว่าเล่นเอาเพียงกำไร ไม่ควรถือยาวกับหุ้นขนาดเล็ก !!!!