BAY ตั้งเป้าปี 62 งานวาณิชธนกิจโต 30% เร่งเสริมศักยภาพรับเทรนระดมทุนผ่านตราสารหนี้บูม

BAY ตั้งเป้าปี 62 งานวาณิชธนกิจโต 30% เร่งเสริมศักยภาพรับเทรนระดมทุนผ่านตราสารหนี้บูม

นายสิทธิไชย มหาคุณ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า บริษัทเร่งเสริมศักยภาพด้านวาณิชธนกิจ (Investment Banking) ด้วยกลยุทธ์บริการลูกค้าแบบครบวงจร (Total Investment Banking Solutions) โดยเสริมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการระดมทุนในรูปแบบต่างๆ และเป็นที่ปรึกษาการเงินให้กับลูกค้าธุรกิจ ตลอดจนบริการจัดโครงสร้างทางการเงินและสินเชื่อโครงการ พร้อมทั้งผสานความแข็งแกร่งในประเทศของกรุงศรี กรุ๊ป และเครือข่ายระดับโลกของ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ รองรับการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทย โดยตั้งเป้ากลุ่มงานวาณิชธนกิจเติบโต ประมาณ 25-30% ในปี 62

“การระดมทุนผ่านการออกตราสารหนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และมีแนวโน้มว่ายังมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 61 คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดการระดมทุนผ่านการออกตราสารหนี้ของภาคเอกชนไม่ต่ำกว่า 8 แสนล้านบาท และคาดว่าภาคเอกชนส่วนใหญ่ยังคงระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ในปีหน้าอย่างต่อเนื่อง” นายสิทธิไชย กล่าว

ทั้งนี้ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) จัดอันดับให้ BAY เป็นอันดับ 2 ในฐานะผู้รับประกันการจัดจำหน่ายตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวในช่วง 9 เดือนแรกของปี 61 และคาดว่าจะติดอันดับ 1 ใน 5 ในปี 61/62 ขณะที่สินเชื่อโครงการ (Project Finance) คาดว่าจะได้รับปัจจัยหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และกลุ่มลูกค้าของ BAY และ MUFG ที่สนใจลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน กรุงศรีจึงได้ขยายงานด้านวาณิชธนกิจด้วยการเพิ่มบุคลากรและเสริมความแข็งแกร่งให้ครอบคลุมทุกด้าน

โดย BAY มีความพร้อมในการให้บริการ ทั้งในด้านสินเชื่อโครงการ (Project Finance) การจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายตราสารหนี้ (Debt Capital Market หรือ DCM) การให้บริการที่ปรึกษาทางการเงินและการรับประกันการจัดจำหน่ายในการระดมทุนจากการเสนอขายตราสารทุน (Equity Capital Market หรือ ECM) และการควบรวมและการซื้อกิจการ (Merger and Acquisition หรือ M&A) โดย BAY สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าด้วยเครือข่ายของธนาคาร ผสานความร่วมมือกับบริษัทในเครือ คือ บล.กรุงศรี (KSS) บลจ.กรุงศรี (KSAM) รวมทั้งเครือข่ายของ MUFG ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นผู้จัดสรรเงินกู้ (Mandated Lead Arranger) รายใหญ่อันดับ 1 ของโลก

ด้านสินเชื่อ Project Finance กรุงศรีได้รับความร่วมมือจาก MUFG ในการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงธุรกิจการบิน และคาดว่าความต้องการด้านบริการจัดโครงสร้างทางการเงินและสินเชื่อโครงการ (Project Finance and Structured Finance) มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยขับเคลื่อนจากความคืบหน้าของโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยจะเน้นขนาดของดีลมูลค่าอย่างน้อย 5,000 ล้านบาท

สำหรับการออกจำหน่ายตราสารหนี้ กรุงศรีมุ่งเน้นบริการแบบครบวงจรที่มีมูลค่าดีลอย่างน้อย 2,000 ล้านบาท รวมทั้งมุ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในเรื่องการควบรวมกิจการซึ่งครอบคลุมทั้งดีลภายในประเทศและระหว่างประเทศ (Cross-border M&A) ผ่านการเชื่อมโยงของเครือข่าย MUFG ขณะที่ในด้านบริการการระดมทุนจากตราสารทุน กรุงศรีมุ่งเน้นการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (IPO) และการเป็นที่ปรึกษาการเสนอขายกอง REIT โดยผ่านเครือข่ายกรุงศรีผสานความร่วมมือกับ KSS และแพลตฟอร์มระดับโลกของ MUFG เพื่อส่งมอบบริการที่สร้างความแตกต่าง ช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับลูกค้า เพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจไทย” นายสิทธิไชย กล่าว

คำค้น