“หมอเสริฐ” ซิวแชมป์เศรษฐีหุ้นไทย 6 ปีซ้อน! “สารัชถ์” ซีอีโอ GULF ติดโผครั้งแรกคว้าอันดับ2

เปิด 10 อันดับเศรษฐีหุ้นไทยปี 61 “หมอเสริฐ” ครองแชมป์ 6 ปีซ้อน! “สารัชถ์” ซีอีโอ GULF ติดโผครั้งแรกพร้อมคว้าอันดับ 2

วารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทย ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 25 แล้ว โดยวัดจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประเภทบุคคลธรรมดาในประเทศที่ถือหุ้นสัดส่วน 0.5% ขึ้นไป ตามการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดก่อนวันที่ 30 กันยายน 2561

สำหรับผลการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทยใน วารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนธันวาคม 2561 ปรากฏว่า น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ “หมอเสริฐ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้ครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยปี 2561 ซึ่งเป็นการครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 6 แล้ว  โดยปีนี้ หมอเสริฐถือครองหุ้นมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 1 รวม 77,129.32 ล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 13,602.02 ล้านบาท หรือ 21.41%

โดยหุ้นที่หมอเสริฐถือครองมี 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS หรือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในสัดส่วน 18.47% รวมมูลค่า 73,786.86 ล้านบาท บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส 10.61% มูลค่า 2,985.22 ล้านบาท บริษัท โรงพยาบาลนนทเวช จำกัด (มหาชน) หรือ NTV 0.79% มูลค่า 75.48 ล้านบาท และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย (SPF) 24.60% มูลค่า 281.75 ล้านบาท

ส่วนเศรษฐีหุ้นอันดับ 2 ปีนี้ได้ต้อนรับ นายสารัชถ์ รัตนาวะดี หรือ เสี่ยกลาง กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เข้ามาติดทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทยเป็นครั้งแรกจากการนำหุ้น GULF เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560

โดยในวันแรกของการซื้อขาย ราคาหุ้น GULF พุ่งไปแตะสูงสุดที่ 59.50 บาท จากราคาเสนอขายประชาชนครั้งแรก (IPO) ที่ราคา 45 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 14.50 บาท หรือ 32.22%  หลังจากนั้นราคาหุ้นก็ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 76.25 บาท ณ 30 กันยายน 2561 หรือเพิ่มขึ้นถึง 69.44%

ดังนั้นจึงส่งผลให้นายสารัชถ์ที่ถือหุ้น GULF ในสัดส่วน 35.44% มีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวมทั้งสิ้น 57,645 ล้านบาท   สูงเป็นอันดับ 2 ของเศรษฐีหุ้นไทยปี 2561  สำหรับหุ้น GULF ถือเป็นมูลค่าหุ้น IPO ที่สูงสุดที่สุดในรอบ 11 ปี โดยมีมูลค่าเกือบ 24,000 หมื่นล้านบาท และได้รับรางวัล Best Deal of the Year Awards จากงาน SET Awards 2018 อีกด้วย

ขณะที่เศรษฐีหุ้นอันดับ 3 ได้แก่ นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กิจการธุรกิจพลังงาน จำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล และจำหน่ายกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์  ซึ่งยังคงรักษาตำแหน่งเศรษฐีหุ้นอันดับ 3 ไว้ได้อีกปีหนึ่ง

โดยมีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวม 42,209.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,940.11 ล้านบาท หรือ 26.87%  เนื่องจากราคาหุ้น EA ที่สมโภชน์ถือในสัดส่วน 23.44% ปรับตัวสูงขึ้น 10 บาท หรือ 26.14% คิดเป็นมูลค่าหุ้นที่ถือครอง 42,191.56 ล้านบาท และเมื่อรวมกับหุ้น บมจ.อีเทอเนิล เอนเนอยี (EE) ในสัดส่วน 0.92% มูลค่า 17.85 ล้านบาท ทำให้มูลค่าความมั่งคั่งของสมโภชน์ในปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 8 พันล้านบาท

ด้านเศรษฐีหุ้นอันดับ 4  ได้แก่  นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทยแคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC หรือชื่อเดิมคือเมืองไทยลิสซิ่ง โดยก้าวขึ้นจากอันดับ 8 เมื่อปีที่แล้ว ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 35,392.22 ล้านบาท รวยขึ้น 9,664.53 ล้านบาท หรือ 37.56%  หุ้นที่ชูชาติถือครอง

นอกจาก MTC ในสัดส่วน 33.96% มูลค่า 34,742.72 ล้านบาท แล้วยังถือหุ้น บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) หรือ FN, บริษัท อินเตอร์ลิงค์ เทเลคอ จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL, บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) หรือ SOLAR,   บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC ซึ่งถือต่อเนื่องจากปีที่แล้ว และปีนี้ยังถือหุ้นเพิ่มใน บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CGD และบริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC อีกด้วย

ส่วน ดาวนภา เพชรอำไพ ก้าวขึ้นมาเป็นเศรษฐีหุ้นอันดับ 5 จากอันดับ 9 เมื่อปีที่แล้ว โดยถือหุ้น MTC ในสัดส่วน 33.96% มูลค่า 34,740 ล้านบาท รวยขึ้น 9,360 ล้านบาท หรือ 36.88%

ขณะเดียวกันเศรษฐีหุ้นอันดับ 6  ได้แก่ นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ที่ขยับขึ้นมาจากอันดับ 7 เมื่อปีที่แล้ว โดยถือครองหุ้นมูลค่ารวม 32,900.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,580.30 ล้านบาท หรือ 16.17% ประกอบด้วย บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH 23.93% มูลค่า 32,890 ล้านบาท และ บริษัท แมนดาริน โฮเต็ล จำกัด (มหาชน) หรือ MANRIN 1.36% มูลค่า 10.35 ล้านบาท

ด้านเศรษฐีหุ้นอันดับ 7 ได้แก่ นายนิติ โอสถานุเคราะห์  นักลงทุนรายใหญ่ทายาทอาณาจักรโอสถสภา ร่วงจากอันดับ 5 เมื่อปีที่แล้ว  แม้ว่าอันดับเศรษฐีหุ้นของนิติจะลดลงในปีนี้ แต่มูลค่าความมั่งคั่งของพอร์ตการลงทุนก็ยังเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว โดยถือครองหุ้น 10 บริษัทมูลค่ารวม 31,964.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,066.86 ล้านบาท หรือ 10.61%

ส่วนเศรษฐีหุ้นอันดับ 8 ได้แก่ นายพิชญ์ โพธารามิก ทายาทคนเดียวของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดิศัย โพธารามิก ผู้ก่อตั้ง บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ร่วงจากอันดับ 2 เมื่อปีที่แล้ว โดยถือหุ้นมูลค่ารวม 28,919.28 ล้านบาท ลดลง 15,163.65 ล้านบาท หรือ 34.40%

โดยความมั่งคั่งของพิชญ์ที่ลดลงในปีนี้ เนื่องจากได้ลดสัดส่วนการถือครองหุ้น JAS เหลือ 55.80% จาก 66.13% เมื่อปีที่แล้ว หรือลดลง 10.33% รวมมูลค่า 23,898.62 ล้านบาท และลดการถือหุ้น บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ลง 6% คงเหลือหุ้นที่ถือครอง 64.20% รวมมูลค่า 5,080.67 ล้านบาท นอกจากนี้ราคาหุ้นของทั้ง 2 แห่งก็ปรับลดลงจากปีก่อนด้วย

ขณะที่เศรษฐีหุ้นอันดับ 9 ได้แก่ นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ในปีนี้ร่วงลงจากอันดับ 6 เมื่อปีที่แล้ว โดยหุ้นที่คีรีถือครองรวมมูลค่าทั้งสิ้น 28,372 ล้านบาท ลดลง 518.44 ล้านบาท หรือ 1.79%  ประกอบด้วย หุ้น BTS ในสัดส่วน 24.41% มูลค่า 26,887.83 ล้านบาท กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) 1.58% มูลค่า 1,109.61 ล้านบาท บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI 0.55% มูลค่า 374.55 ล้านบาท

ส่วนเศรษฐีหุ้นหุ้นอันดับ 10 ได้แก่  นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PSH ร่วงจากอันดับ 4 เมื่อปีที่แล้ว โดยมีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวม 28,011.68 ล้านบาท ลดลง 3,025.71 ล้านบาท หรือ 9.75%   เนื่องจากหุ้น PSH ที่ทองมาถือในสัดส่วน 60.04% ราคาลดลงไป 9.75% รวมมูลค่า 27,857.01 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังถือหุ้น บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD อีก 0.96% มูลค่า 154.67 ล้านบาท

สำหรับแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทย 2561 ได้แก่ ตระกูลปราสาททองโอสถ โดยเป็นแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน  ซึ่งปีนี้เครือญาติในตระกูลครองหุ้นรวมกันมีมูลค่าทะลุ 1 แสนล้านบาทเป็นครั้งแรกของทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทย  โดย 6 เครือญาติในตระกูล ได้แก่ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ และ 5 ทายาท พุฒิพงศ์ สมฤทัย อาริญา ปรมาภรณ์ และพลตำรวจโทวิสนุ ถือครองหุ้นรวมกันเป็นมูลค่า 104,530.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,230.94 ล้านบาท หรือ 8.55%

ส่วนตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 2 ปีนี้ตกเป็นของ ตระกูลเพ็ชรอำไพ-เพชรอำไพ โดย 3 เครือญาติเจ้าของ บมจ.เมืองไทยแคปปิตอล (MTC) ชูชาติ เพ็ชรอำไพ ดาวนภา เพ็ชรอำไพ และศึกษิต เพชรอำไพ ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 70,592.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,951.94 ล้านบาท หรือ 36.70%

ด้านตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 3 ได้แก่ ตระกูลจิราธิวัฒน์ เครือญาติเศรษฐีหุ้นในตระกูล 40 คน ถือครองหุ้นรวมกันทั้งสิ้น 70,382.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 644.05 ล้านบาท หรือ 0.92%

นอกจากจะก้าวเข้าเป็นเศรษฐีหุ้นหน้าใหม่ในปีนี้แล้ว เสี่ยกลาง สารัชถ์ รัตนาวะดี ยังนำ ตระกูลรัตนาวะดี ขึ้นทำเนียบตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 4 อีกด้วย โดยถือครองหุ้นมูลค่ารวม 57,645 ล้านบาท และตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 5 ได้แก่ ตระกูลอาหุนัย โดย 4 เครือญาติในตระกูล ได้แก่ สมโภชน์ สุภาภรณ์ พลสิทธิ์ และ พีรพล ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 45,421.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,825.06 ล้านบาท หรือ 24.11%