4 โบรกฯ แท็กทีมเชียร์ “ซื้อ” ADVANC ชูยีลด์สูง-อัพไซด์พุ่งปรี๊ด

4 โบรกฯ แท็กทีมเชียร์ "ซื้อ" ADVANC ชูยีลด์สูง-อัพไซด์พุ่งปรี๊ด 28%

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” สำรวจข้อมูลและบทวิเคราะห์หุ้น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC หลังนักวิเคราะห์มองว่า ราคาหุ้นปัจจุบันปรับตัวลงสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว จึงเป็นโอกาสสำหรับการเข้าลงทุนรอบใหม่ อีกทั้งยังมองว่า อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ซึ่งอยู่ในระดับสูงนั้นยังน่าสนใจสำหรับการลงในทุนสภาวะตลาดหุ้นผันผวน

สำหรับข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 4 ม.ค.2562 พบว่า อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ของ ADVANC อยู่ที่ระดับ 4% ขณะที่ราคาหุ้นปิดตลาดวานนี้อยู่ที่ 177 บาท สูงสุดที่ 178 บาท ต่ำสุดที่ 176.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 649.87 ล้านบาท และยังมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายที่ 227 บาท อยู่ 28%

โดยนักวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” ADVANC ให้ราคาเป้าหมาย 227 บาท/หุ้น โดยคาดว่ากำไนปกติในไตรมาส 4/61 จะดีขึ้นเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน จากจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นและการยกเลิกการใช้ข้อมูลแบบไม่จำกัดของช่องทางออนไลน์

อย่างไรก็ตามได้ปรับลดประมาณการณ์กำไรสุทธิของ บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ลงในปี 61 ลง 2% จากค่าตัดจำหน่ายของใบอนุญาตและผลขาดทุนของการขายเครื่องที่มากขึ้น

ส่วน นักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น ADVANC ให้ราคาเป้าหมาย 221 บาท/หุ้น เนื่องจากคาดว่ากำไรในปี 2562 จะทรงตัวได้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลก็น่าจะยังจูงใจอยู่ที่ประมาณ 3.5% – 4% ต่อปี

ทั้งนี้คาดว่ากำไรสุทธิของบริษัทในงวดไตรมาส 4/61 จะอยู่ที่ 6.9 พันล้านบาท (โต 2% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบจากปีก่อน) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน จะมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากผลของฤดูกาล ในขณะที่กำไรที่ลดลงเมื่อเทียบจากปีก่อนจะมาจากต้นทุน รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น

โดยมองว่าประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 มี downside แค่ 1% ในขณะที่มองว่าประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 ก็ยังมี downside จากแพ็คเกจราคาต่ำ อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีแนวโน้มจะสูงกว่าที่คาดไว้

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ บล.เคทีซีมิโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” ADVANC ให้ราคาเป้าหมาย 218 บาท/หุ้น แม้การชะลอตัวของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผนวกกับผลกระทบเชิงลบจากแพ็กเกจแบบใช้งานดาต้าไม่จำกัดด้วยความเร็วคงที่ยังเป็นแรงกดดันผลประกอบการของ ADVANC ในระยะสั้น อย่างไรก็ดี แนวโน้มระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง จากคุณภาพเครือข่าย และบริการ ราคาหุ้นปัจจุบันไม่แพงในเชิงประเมินมูลค่า โดยซื้อขายที่ระดับ EV/EBITDA 7.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 8.1 เท่า นอกจากนี้ บริษัทยังให้ผลตอบแทนปันผลกว่า 4% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ด้าน นักวิเคราะห์ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น ADVANC ให้ราคาเป้าหมาย 210 บาท/หุ้น หลังราคาลงมาตอบรับกำไรไตรมาส 3/61 ที่น่าผิดหวังแล้ว บวกกับคาดการณ์ผลตอบแทนเงินปันผลที่ราว 4% ทั้งนี้คาดกำไรงวดไตรมาส 4/61 ฟื้นตัว 3.1% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน แต่ยังลดลง 8.9% เมื่อเทียบจากปีก่อน และคาดจะทำให้กำไรทั้งปีอยู่ที่ราว 3 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามมองปี 2562 เน้นแข่งขันด้านคุณภาพบริการมากกว่าราคา  เริ่มเห็นทุกค่ายลดการแข่งขันออกแพ็คเก็จรายเดือน Fixed Speed ราคาต่ำ และมีการเน้นทำตลาดด้านภาพลักษณ์องค์การมากขึ้น ทำให้คาดว่ารายได้ค่าบริการมือถือของอุตสาหกรรมโดยรวมในปี 2562 ยังเติบโตได้ราว 3-5% โดยทาง ADVANC จะให้ความสำคัญของการ บริหารจัดการรายจ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อช่วยเพิ่ม EBITDA Margin อย่างไรกีดี การเพิ่มประสิทธิภาพ 4G จะทำให้ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ยังลุ้นกลยุทธ์ใหม่ที่เน้นคุณภาพบริการ จะช่วยให้กลับมาเติบโตในปีหน้าได้  ยังฝากความหวังกับกลยุทธ์ใหม่ที่เน้นสร้างภาพลักษณ์คุณภาพในการให้บริการ มากกว่าการแข่งขันด้านราคา จะช่วยให้ธุรกิจมือถือมีการเติบโตในเชิงรายได้และเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร  ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปี 2562 ที่ 3.2 หมื่นบาท เพิ่มขึ้นจาก 4.8% ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยอาจมีการทบทวนประมาณการอีกครั้งหลังจากทราบ Guideline จาก ADVANC หลังประกาศงบไตรมาส 4/61