“พลังงาน” ยันไทยมีน้ำมันสำรอง 108 วัน รับมือวิกฤตราคาโลกผันผวน

กระทรวงพลังงานเกาะติดวิกฤตตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันโลกผันผวน ยืนยันไทยมีน้ำมันสำรองใช้ 108 วัน ด้าน กบน. มีมติขยับราคาดีเซล 0.60 บาท แตะ 40.80 บาท/ลิตร เผยฐานะกองทุนน้ำมันฯ ล่าสุดติดลบ 6.3 หมื่นล้านบาท


กระทรวงพลังงาน รายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงปริมาณสำรอง การจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประจำวันที่ 1 พฤษภาคม 2569

สำหรับสถานการณ์พลังงานโลกยังคงมีความผันผวนสูงจากปัจจัยความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารกับประเทศอิหร่านอีกครั้ง ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่านได้ออกมาประณามการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ พร้อมย้ำจุดยืนว่าจะไม่ทนต่อสถานการณ์ดังกล่าว ด้านเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เตือนว่าวิกฤตบริเวณช่องแคบฮอร์มุซกำลังส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจโลกทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน ทำเนียบขาวอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับกฎระเบียบเพื่อเร่งเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันภายในประเทศ ส่วนทางด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกกลุ่มโอเปก (OPEC) อย่างเป็นทางการ แม้จะเปิดทางให้สามารถขยายกำลังการผลิตได้ในระยะยาว แต่ยังไม่ส่งผลต่ออุปทานในตลาดทันทีเนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด

จากความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานที่อาจชะลอตัว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวน โดยราคาปิดตลาดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวลดลง 1.81 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 105.07 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับลดลง 4.02 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 114.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบดูไบ (Dubai) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 112.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สำหรับราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ปรับตัวสูงขึ้น โดยน้ำมันดีเซลปิดที่ระดับ 179 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันเบนซินปิดที่ 138 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่น้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินปิดในระดับ 167 และ 129 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตามลำดับ

ด้านปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ ข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการใช้นานถึง 108 วัน แบ่งเป็น น้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 24 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 39 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันการจัดหาแล้วอีก 20 วัน ขณะที่ข้อมูลการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล เฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 1-29 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 74.32 ล้านลิตร และมียอดจำหน่ายที่ 54.91 ล้านลิตร

สำหรับการปรับราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับเพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ส่งผลให้ราคาขายปลีกปรับตัวสูงขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา (บี7) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 40.80 บาทต่อลิตร และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 อยู่ที่ 33.80 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มน้ำมันเบนซินมีการปรับราคาขายปลีกเช่นกัน โดยน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20 อยู่ที่ 36.30 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 43.30 บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.93 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบราคาขายปลีกน้ำมันของไทยกับประเทศในกลุ่มอาเซียน พบว่าราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยที่ 43.30 บาทต่อลิตร ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และสิงคโปร์ ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 47.93-88.54 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยที่ 40.80 บาทต่อลิตร ยังต่ำกว่าประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา และสิงคโปร์ ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 43.96-119.76 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ล่าสุด ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ยังคงติดลบที่ 63,024.89 ล้านบาท โดยกองทุนฯ ยังคงดำเนินการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยวันละประมาณ 168.65 ล้านบาท

Back to top button