TPLAS บวก 4% ลุ้นผลงานปีนี้โต 15% หลังส่งโปรดักส์ใหม่เจาะตลาด-ขยายฐานลูกค้าเพิ่ม

TPLAS บวก 4% ลุ้นผลงานปีนี้โต 15% หลังส่งโปรดักส์ใหม่เจาะตลาด-ขยายฐานลูกค้าเพิ่ม โดย ณ เวลา 15.13 น. อยู่ที่ 1.55 บาท บวก 0.06 บาท หรือ 4.03% สูงสุดที่ 1.67 บาท ต่ำสุดที่ 1.49 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 7.86 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS ล่าสุด ณ เวลา 15.13 น. อยู่ที่ 1.55 บาท บวก 0.06 บาท หรือ 4.03% สูงสุดที่ 1.67 บาท ต่ำสุดที่ 1.49 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 7.86 ล้านบาท

นายธีระชัย ธีระรุจินนท์ กรรมการผู้จัดการ TPLAS เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.61 ถึงแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2562 ว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์เกี่ยวกับอาหาร ที่ทันสมัย และมีคุณภาพสูง รวมถึงมีความหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศ และภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี 2562 บริษัทฯ วางเป้าหมายอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15%

ทั้งนี้ เป็นผลจากยอดขายผลิตภัณฑ์กลุ่ม ถุงพลาสติกและฟิล์มถนอมอาหาร นอกจากนี้บริษัทฯ เตรียมที่จะผลิตสินค้าใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มทดลองตลาดช่วงต้นปี 2562 ส่งผลให้ในอนาคต บริษัทฯสามารถกระจายความเสี่ยงของรายได้ จากเดิมที่บริษัทฯ มีรายได้จากยอดขายผลิตภัณฑ์ถุงพลาสติกและฟิล์มถนอมอาหารเพียงอย่างเดียว

สำหรับกลยุทธ์การเจาะตลาดในผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นไปยังลูกค้ากลุ่มเดิม และขยายฐานไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมรายใหม่ๆ อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรือ Modern Trade และโรงแรม เนื่องจากสินค้าชนิดนี้ ยังเป็นที่ต้องการของตลาด ด้านอุปโภคและบริโภค ซึ่งถือว่ามีดีมานด์ความต้องการใช้สูง และยังเป็นสินค้าที่สามารถนำมาทดแทนผลิตภัณฑ์เดิมๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาดได้

อีกทั้ง มองว่าภาพรวมอุตสาหกรรมถุงพลาสติกในปัจจุบัน การบริโภคอยู่ในระดับปกติ เพิ่มขึ้นและลดลงตามสถานการณ์ แม้ว่าจะมีกระแสการรณรงค์รักษ์ลดใช้ถุงพลาสติกในปัจจุบัน แต่บริษัทฯ ได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากบริษัทฯ มีกลยุทธ์ในการบริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การกำหนดการขายที่มีความยืดหยุ่นต่อลูกค้า

ซึ่งการบริหารจัดการดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯ ลดความเสี่ยง ที่เกิดขึ้นได้ พร้อมทั้ง ต้องยอมรับว่า ถุงพลาสติก ยังจำเป็นสำหรับการใช้งานอยู่ จึงมองว่าธุรกิจพลาสติกยังมีโอกาสเติบโตตามความต้องการใช้ อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม  สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการขยายอาคารโรงงานใหม่ และการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ สำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ถุงพลาสติก และปรับปรุงอาคารโรงงานเดิม รวมถึงสำนักงานบริษัทฯ เพื่อเป็นการรองรับความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์จากถุงพลาสติก และการขยายตลาดนั้น ปัจจุบัน อาคารโรงงาน ได้มีการปรับพื้นที่ เตรียมการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ อาคารสำนักงาน มีคืบหน้าไปกว่า 50 % ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่า การก่อสร้างจะดำเนินเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ คาดว่าการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมด ภายในปลายปี 2562

ทั้งนี้ หากอาคารโรงงานใหม่ สามารถรองรับกำลังการผลิตเพิ่ม ได้มากเกือบเท่าตัว หรือไม่น้อยกว่า 30% ปัจจุบันกำลังการผลิตรวมถุงพลาสติกประมาณ 10,200 ตันต่อปี และกำลังการผลิตฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร ประมาณ 1,440 ตันต่อปี

คำค้น