PTTEP ทุ่ม6หมื่นลบ. ซื้อกิจการ “Murphy” ขยายลงทุนแหล่งปิโตรฯมาเลเซีย ดันปริมาณขายเพิ่ม15%

PTTEP ทุ่มกว่า 6 หมื่นลบ. ซื้อกิจการ "Murphy" ขยายลงทุนแหล่งปิโตรฯมาเลเซีย ดันปริมาณขายเพิ่ม 15%

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค.62 บริษัท PTTEP HK Offshore Limited บริษัทย่อยของ PTTEP ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น (Share Sale and Purchase Agreement : SSPA) เพื่อเข้าซื้อธุรกิจทั้งหมดของบริษัท Murphy Oil Corporation (Murphy) ในประเทศมาเลเซีย ผ่านการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทย่อยซึ่งได้แก่ บริษัท Murphy Sabah Oil Ltd. (Murphy Sabah) และ Murphy Sarawak Oil Ltd. (Murphy Sarawak) ในสัดส่วน 100%

โดยปัจจุบันทั้งสองบริษัทมีการลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจำนวน 5 โครงการ ประกอบด้วย โครงการที่อยู่ในระยะผลิต 2 โครงการ ระยะพัฒนา 1 โครงการ และระยะสำรวจ 2 โครงการ โดยมีประมาณการปริมาณสำรองปิโตรเลียม (2P) จำนวน 274 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ และมีปริมาณการขายสุทธิ (net sales volume) ปี 61 ประมาณ 48,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน (เป็นน้ำมันและคอนเดนเสท 62%) โดยมีรายละเอียดของโครงการ ดังต่อไปนี้

  1. โครงการ SK309 & SK311 ประกอบด้วยแปลง SK309 และแปลง SK311 ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติตั้งอยู่ในทะเลน้ำตื้นนอกชายฝั่งรัฐ Sarawak ปัจจุบัน Murphy Sarawak มีสัดส่วนการลงทุนในโครงการ 59.5% ยกเว้นพื้นที่ East Patricia ในแปลง SK309 ที่มีสัดส่วนการลงทุน 42% โดยมีปริมาณการขายสุทธิส หรับปี 2561 ประมาณ 30,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน
  2. โครงการ Sabah K ประกอบด้วยแหล่ง Kikeh, Siakap North-Petai (SNP) และ Gumusut-Kakap (GK) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมัน ตั้งอยู่ในทะเลน้ำลึก นอกชายฝั่งรัฐ Sabah ปัจจุบัน Murphy Sabah มีสัดส่วนการลงทุนในโครงการ 56% , 22.4% และ 6.4% ตามลำดับ โดยมีปริมาณการขายสุทธิสำหรับปี 61 ประมาณ 18,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน
  3. โครงการ Sabah H เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ตั้งอยู่ในทะเลน้ำลึก นอกชายฝั่งรัฐ Sabah ปัจจุบัน Murphy Sabah มีสัดส่วนการลงทุนในโครงการ 56% ในพื้นที่ Rotan field และ 42% ในพื้นที่ที่เหลือ โดยคาดว่าโครงการจะเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติได้ภายในครึ่งหลังของปี 63 และมีกำลังการผลิตที่ 270 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน คิดเป็นปริมาณการขายสุทธิประมาณ 130 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (หรือ 22,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน)
  4. โครงการ SK314A เป็นแหล่งสำรวจปิโตรเลียม ตั้งอยู่ในทะเลน้ำตื้น นอกชายฝั่งรัฐ Sarawak ปัจจุบัน Murphy Sarawak มีสัดส่วนการลงทุนในโครงการ 59.5%
  5. โครงการ SK405B เป็นแหล่งสำรวจปิโตรเลียม ตั้งอยู่ในทะเลน้ำตื้น นอกชายฝั่งรัฐ Sarawak ปัจจุบัน Murphy Sarawak มีสัดส่วนการลงทุนในโครงการ 59.5%

สำหรับ Murphy เป็นผู้ดำเนินการโครงการทั้งหมดในประเทศมาเลเซีย ยกเว้น แหล่ง GK ในโครงการ Sabah K ซึ่งดำเนินการโดย Shell การเข้าซื้อดังกล่าวมีมูลค่ารวมประมาณ 2,127 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ดอลลาร์สรอ.) หรือประมาณกว่า 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งมูลค่าดังกล่าวจะต้องมีการปรับเงินทุนหมุนเวียนที่เปลี่ยนแปลงไปจนกว่าการซื้อขายจะมีผลสมบูรณ์ โดยอาจมีการรับรู้มูลค่าการซื้อเพิ่มเติมในจำนวนไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์ สรอ. หากผลการเจาะสำรวจของโครงการ SK405B พบปริมาณปิโตรเลียมอย่างมีสาระสำคัญ

ทั้งนี้ PTTEP จะชำระมูลค่าการซื้อขายด้วยเงินสดที่มีอยู่ เมื่อบรรลุเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในสัญญาฯ ซึ่งรวมถึงการได้รับอนุมัติจากหน่วยงานรัฐ โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 2/62 และภายหลังสัญญาเสร็จสิ้น PTTEP จะเป็นผู้ดำเนินการแทน Murphy ในสัดส่วนการลงทุนเดียวกัน ทั้งนี้ PTTEP จะทำงานร่วมกับ Murphy เพื่อให้การดำเนินการระหว่างการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น และคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยภายใต้กลุ่มบุคคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในปัจจุบัน

โดยการเข้าซื้อธุรกิจจาก Murphy ในประเทศมาเลเซียครั้งนี้ เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ Coming Home Strategy ของ PTTEP ที่เน้นการลงทุนในพื้นที่ที่มีศักยภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นการเข้าซื้อกลุ่มโครงการที่อยู่ในระยะการผลิต พัฒนา และสำรวจ ซึ่งนอกจากจะสามารถมีกระแสเงินสดที่เพียงพอต่อการดำเนินงานเองแล้ว ยังสามารถเพิ่มรายได้ ปริมาณการผลิตและปริมาณสำรองให้กับ PTTEP ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้คาดว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณการขายปิโตรเลียมตามสัดส่วนการลงทุนของ PTTEP ได้ทันทีประมาณ 48,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน หรือประมาณ 15% เมื่อเทียบกับปริมาณขายในปัจจุบัน และยังสามารถสร้างรายได้ให้กับ PTTEP ทันที

นอกจากนี้การเข้าซื้อดังกล่าวยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจอย่าง Petronas และเป็นการขยายฐานปฏิบัติการให้กับ PTTEP ในประเทศมาเลเซียในฐานะผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ อีกทั้งยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการที่บริษัทมีอยู่ปัจจุบันในประเทศมาเลเซียผ่านการดำเนินงานร่วมกัน รวมถึงส่งเสริมพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานโครงการน้ำลึกของบริษัทในอนาคตอีกด้วย

ขณะที่ PTTEP แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริษัท PTTEP HK Offshore Limited (Malaysian Branch) หรือ PTTEP HKO ซึ่งบริษัทย่อย และบริษัท PETRONAS Carigali Sdn. Bhd. (PCSB) ได้ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contracts) กับ Petroliam Nasional Berhad (PETRONAS) เพื่อรับสิทธิในการดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจ บริเวณนอกชายฝั่งเพนนินซูลาร์ มาเลเซีย จำนวน 2 แปลง โดยแปลง PM407 สัดส่วนของผู้ร่วมทุน PTTEP HKO (ผู้ดำเนินการ) 55% และ PCSB 45% และ แปลง PTTEP HKO (ผู้ดำนินการ) 70% และ PCSB 30%

คำค้น