หุ้นรับอานิสงส์มาตรการรัฐ ราคายัง Laggard!

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั้งสามส่วน ถือเป็นบวกต่อบจ.ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อเนื่อง และพบว่ามีหุ้น 3 กลุ่ม ที่ส่วนใหญ่หุ้นราคายัง Laggard เมื่อเทียบตลาด

เส้นทางนักลงทุน

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้งสามส่วนไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริโภค ท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นบวกต่อบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจดังกล่าว… และพบว่าหุ้นทั้ง 3 กลุ่ม ส่วนใหญ่ราคาหุ้นยัง Laggard เมื่อเทียบกับตลาด

หากดูความเคลื่อนไหวทั้ง 3 กลุ่ม นับตั้งแต่ต้นปีมา พบว่า กลุ่มค้าปลีกบวก 6% กลุ่มท่องเที่ยวบวก 8.7% และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์บวก 5.5% ขณะที่ทางด้าน SET Index เพิ่มขึ้น 6.6%

สำหรับกลุ่มค้าปลีก จะได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการบริโภค เช่น การเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย ค่าอุปกรณ์การเรียนและกีฬา 500 บาทต่อบุตร 1 คน, ค่าซื้อปุ๋ย 1,000 บาท, ค่ายังชีพและค่าครองชีพราว 200-300 บาท

รวมถึงการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ผ่านการนำค่าใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์การเรียนและกีฬา มาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1,500 บาท เป็นต้น

ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวจะดีต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีก  อย่าง บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) หรือ ROBINS  และ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามทาง บล.เอเซีย พลัส เลือกให้ ROBINS เป็น Top Pick เนื่องจากมี PER ต่ำสุดในกลุ่มเพียง 20.40 เท่า และยังได้ปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นสินค้าในหมวดการกีฬา ที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดย Super Sports ใน ROBINS มีสัดส่วนกำไรกว่า 13%

ประกอบกับเชื่อว่าแนวโน้มกำไรน่าจะดีขึ้นในไตรมาส 2/2562 และคาดกำไรจะฟื้นตัวทำจุดสูงสุดของปีได้ในไตรมาส 4/2562 เพราะเป็น High Season และมีแผนเปิด 1 สาขาที่ลาดกระบังในครึ่งหลังของปี 2562 กอปรกับสาขาเดิมที่จะถูกปรับปรุงในปีนี้ 3 แห่งจะแล้วเสร็จ และกลับมาให้บริการได้เต็มที่ในไตรมาส 4/2562 ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่เช่าได้ราว 4.6% และจะหนุนผลประกอบการได้เต็มที่ในปี 2563

ขณะที่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว แม้ว่ารายได้จากชาวไทยเที่ยวไทยช่วง 3 เดือนแรกของปี 2562 โต 3.77% แต่คาดหวังมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวจะดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น โดยเฉพาะการนำค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวทั่วประเทศมาลดหย่อนภาษีได้ จากเดิมไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อปี เป็นไม่เกิน 20,000 บาทต่อคนต่อปี จนถึงสิ้นปี 2562 รวมทั้งทั้งใช้ลดหย่อนภาษีซื้อสินค้า OTOP ได้ไม่เกิน 15,000-20,000 บาท เป็นเวลา 1 เดือน (หากมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้)

บวกกับการขยายเวลาฟรีวีซ่า (VOA) ไปสิ้นสุดในวันที่ 31 ต.ค. 2562 ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น เพราะหากตรวจสอบข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย เดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ยกเลิกค่าธรรมเนียมวีซ่า ตั้งแต่ 15 พ.ย. 2561-31 มี.ค. 2562

ผลดังกล่าวคาดว่ากลุ่มท่องเที่ยวอย่างกลุ่มโรงแรมจะได้ปัจจัยบวก ทั้งนี้ทาง บล.เอเซีย พลัส แนะนำหุ้นเด่น คือ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW เพราะมีรายได้จากโรงแรมไทย สัดส่วน 94% ของรายได้รวม และมีโรงแรมครอบคลุมทั่วประเทศ ตามด้วย บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT รายได้จากโรงแรมในไทย 20%  และ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ  CENTEL สัดส่วนรายได้จากโรงแรมไทยราว 36%

สุดท้ายหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีข่าวจากรัฐบาลกล่าวถึงมาตรการลดหย่อนภาษีให้ผู้ซื้อบ้านหลังแรกที่มีราคาไม่เกิน 3-5 ล้านบาท, ปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์, ปรับลดค่าธรรมเนียมจดจำนอง

ภายใต้มาตรการดังกล่าว สำหรับมาตรการลดหย่อนภาษี ทาง บล.เอเซีย พลัส มองผู้ได้ประโยชน์ ได้แก่ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH, บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN, บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI  และ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH เป็นต้น

ส่วนมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนฯ และจดจำนอง โดยไม่จำกัดราคาบ้าน กลุ่มที่ได้ประโยชน์จะกระจายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการที่มี Backlog สะสมอยู่สูง เช่น บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH, บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI, บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI, บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP, บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI และ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เป็นต้น

อย่างไรก็ตามหุ้นที่เลือกเป็น Top Pick ในกลุ่มอสังหาฯ โดยใช้เกณฑ์ทั้ง Backlog สูง รวมถึงมีสต๊อกบ้านสร้างเสร็จพร้อมขาย, ราคายังมี upside และ Div Yield สูงกว่า 6% ได้แก่ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI,  บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH  และ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH

ทั้งนี้จากสมมติฐานประเมินหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐทั้ง 3 กลุ่ม ค้าปลีก, ท่องเที่ยว และอสังหาฯ ยกให้เป็นหุ้นดาวเด่น คือ BJC, ROBINS, ERW, CENTEL, PSH, ORI และ LH เพราะถึงอย่างไรหุ้นดังกล่าวราคายัง “Laggard” อยู่ !!!