เสียวสันหลัง!

*อันที่จริง “โมนิก้า” อยากนำเสนอข่าวดี ๆ เพื่อทำให้นักลงทุนเกิดอาการฮึกเหิม แต่เผอิญสถานการณ์หลายอย่างไม่ค่อยเป็นใจให้สักเท่าไหร่ เดี๊ยนเลยพุ่งเป้าไปยังปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบกับตลาดหุ้นมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ด้วยตัวเองว่า ประเด็นดังกล่าวเป็น “ผลดี” หรือ “ผลร้าย” กับหุ้นในพอร์ตที่มีอยู่ จึงอยากให้ทุกคนเข้าใจถึงแรงเทขายที่มีออกมาไม่หยุดหย่อนพะยะค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*อันที่จริง “โมนิก้า” อยากนำเสนอข่าวดี ๆ เพื่อทำให้นักลงทุนเกิดอาการฮึกเหิม แต่เผอิญสถานการณ์หลายอย่างไม่ค่อยเป็นใจให้สักเท่าไหร่ เดี๊ยนเลยพุ่งเป้าไปยังปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบกับตลาดหุ้นมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ด้วยตัวเองว่า ประเด็นดังกล่าวเป็น “ผลดี” หรือ “ผลร้าย” กับหุ้นในพอร์ตที่มีอยู่ จึงอยากให้ทุกคนเข้าใจถึงแรงเทขายที่มีออกมาไม่หยุดหย่อนพะยะค่ะ

*เมื่อแรงเทขายไม่มีทีท่าจะเบาบางลง “โมนิก้า” ถึงต้องหันไปมองแนวรับสำคัญบริเวณ 1,600 จุดเป็นที่ตั้งฐานสำหรับการเล่นรอบใหม่ เพราะเมื่อคำนวณจากตัวเลขสำคัญต่าง ๆ เพื่อประเมินความเป็นไปได้นั้น ตัวเลขส่วนใหญ่ชี้ตรงกันว่า บริเวณดังกล่าวเป็นช็อตที่ขาลุยต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ พร้อมกับบอกให้รู้ว่า หากยืนได้อย่างแข็งแกร่ง และงบไตรมาส 2 ออกมาดี การวิ่งกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1,650 จุด คงไม่ใช่เรื่องยากนะคะ

*ในมุมกลับกันหากพบว่า ดัชนียืนแบบขาแข้งสั่นไปหมดทุกวัน และงบไตรมาส 2 ออกมาไม่ดี ดัชนีมีสิทธิ์ลงลึกไปถึงระดับ 1,580 จุด ซึ่งเป็นเรื่องที่เดี๊ยนพร่ำภาวนาอย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย ! ขณะเดียวกันเมื่อดูจากท่าทีเพี้ยน ๆ ของผู้นำฝรั่งบ้าอำนาจในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มันกลายเป็นเรื่องที่ทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกเสียวสันหลังวาบทุกครั้งที่เห็นฝรั่งเพี้ยนคนนี้เปิดสงครามโดยไม่คิดถึงผลลัพธ์ในภายหลังจะเป็นอย่างไรนะซี

*วันนี้ถึงต้องถามกันตรง ๆ ว่า ดัชนีร่วงลงต่อเนื่อง 4 วันติด จนสุดท้ายลงมายืนปิดที่ระดับ 1,614.75 จุด ลบไป 6.52 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.03 หมื่นล้านบาท สื่ออะไรให้นักลงทุนได้เรียนรู้บ้าง ? รวมทั้งราคาหุ้นที่เห็นกันทนโท่ว่า ถูกมากในเวลานี้ ยังมีของถูกกว่าให้เก็บอีกไหม ? ล้วนเป็นเรื่องที่ “โมนิก้า” อยากให้นักลงทุนกลับไปคิดเป็นการบ้าน เพื่อจะได้กำหนดท่าทีก่อนช้อนซื้อหุ้นอีกครั้งนะจะบอกให้

*เหมือนกับการร่วงลงหนักของน้องสวย BEAUTY ก่อนจะเด้งขึ้นมาปิดที่ระดับ 4.46 บาท บวกไป 0.08 บาท หรือขึ้นไป 1.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.36 พันล้านบาท โดยระหว่างวันมีแรงซื้อพยายามเข้ามาประคองหุ้นไม่ให้ลงต่อ และสุดท้ายก็ทำสำเร็จเหมือนที่ใจหวัง เหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่า นักเล่นเริ่มเข้ามาเก็บหุ้นรอบใหม่แล้วใช่ไหม ? หากเป็นเช่นนั้นจริง วันนี้คงได้เห็นนักเล่นลุยสุดซอยอีกครั้งนะจ๊ะ

*ส่วนกรณีของหุ้นปลากระป๋อง TU อุตส่าห์ประคองตัวสร้างฐานบริเวณ 18.30 บาทได้นานถึง 3 เดือนครึ่ง จู่ ๆ กลับโดนกระหน่ำขายแบบไม่คิดชีวิต จนราคาหุ้นลงมาปิดที่ 17.50 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 5.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 680 ล้านบาท “โมนิก้า” รู้ได้ทันทีว่า หุ้นมีโอกาสอ่อนตัวลงไปหาฐานเก่าบริเวณ 15.50 บาทค่อนข้างสูง เลยไม่มีความจำเป็นต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงในช่วงที่ทุกอย่างยังไม่นิ่งนะซี

*หุ้นอีกหนึ่งรายที่เข้าข่ายเสี่ยงสูงผิดปกติ “โมนิก้า” คงโฟกัสไปที่หุ้นขายแก๊ส SGP เป็นกรณีพิเศษ เพราะเห็นราคาหุ้นสวิงไปมารุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ แถมวันก่อนตลาดหุ้นปิดแดงเถือก แต่พี่ท่านกลับบวกสวนหน้าตาเฉย แต่วานนี้กลับโดนถล่มขายอีกรอบ จนราคาหุ้นร่วงลงมาปิดที่ 9.85 บาท ลบไป 0.45 บาท หรือลงไป 4.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 366 ล้านบาท เดี๊ยนถึงมองไม่ออกเหมือนกันว่า “ลุย” หรือ “ถอย” อันไหนมันดีกว่ากันเจ้าค่ะ

*ขนาดหุ้นพื้นฐานแน่นปึ้กอย่าง GULF ยังถูกกดลงมาปิดที่ 97.75 บาท ลบไป 4.75 บาท หรือลงไป 4.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.89 พันล้านบาท “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นเกมเสี่ยงสำหรับคนที่เน้นเล่นสั้น ๆ เพราะบรรยากาศการลงทุนไม่ค่อยเอื้อสักเท่าไหร่ แถมการลงมายืนปิดต่ำ 100 บาทเที่ยวนี้ทำให้โมเมนตัมของหุ้นเข้าสู่โหมดของการแกว่งตัวย่ำฐาน จึงกลายเป็นช็อตที่ทำให้พวกเล่นยาวทยอยสะสมของรอบใหม่ได้อย่างสบายใจพะยะค่ะ

*ประเด็นดังกล่าวคล้ายกับการไต่เพดานสูงขึ้นอย่างช้า ๆ ของหุ้น QH เพราะมองจาก “มุมไหน ด้านไหน” ยังเป็นการเคลื่อนตัวในรูปแบบ W-Shape ซึ่งเป็นจังหวะไหลตามน้ำของคนที่ชอบไปแบบเนิบ ๆ แถมเมื่อมองราคาปิดที่ 3 บาท บวกไป 0.04 บาท หรือขึ้นไป 1.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 148 ล้านบาท “โมนิก้า” ย่อมมีความคาดหวังว่า หุ้นจะวิ่งกลับขึ้นไปยังบริเวณ 3.10 บาทอีกเที่ยวนะจะบอกให้

*ส่วนที่แปลกประหลาดไปสักหน่อย “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้นน้องสี TOA เพราะเป็นหุ้นที่ถูกขายลงมาเป็นประจำ ทั้งที่ผลงานของบริษัทไม่ได้ขี้เหร่แต่อย่างใด ? เดี๊ยนถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้จริง ๆ แต่โชคดีที่วานนี้สามารถบวกสวนตลาดหุ้นแดงเถือกขึ้นมาปิดที่ 31.50 บาท บวกไป 1.25 บาท หรือขึ้นไป 4.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 172 ล้านบาท น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับหุ้นตัวนี้ เพราะมันตีความได้ว่า หุ้นมีโอกาสวิ่งขึ้นไปหายอดเดิมที่บริเวณ 37 บาทอีกเที่ยวนะซี

*ป.ล.วานนี้เห็นฝรั่งขายหุ้นไทยทิ้ง 2 พันล้านบาท ผสมโรงกับกองทุนทิ้งหุ้นออกมา 900 ล้านบาท เดี๊ยนถึงนึกไม่ออกเหมือนกันว่า วันนี้หุ้นไทยจะไปอย่างไร ? ใครรู้ช่วยบอกหนูที..อิอิอิ