มีการสรรหา ส.ว.จริงหรือ

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน ประชาชนจำนวนมากก็บ่นว่า ยังมีตัวสำรองอีก 50 คนหรือ ไม่เคยพบเคยเห็น เป็นการแต่งตั้งเผื่อไว้ 5 ปีหาก ส.ว.มีอันเป็นไป ตาย ลาออก ติดคุกติดตะราง ฯลฯ (อย่างแรกมีโอกาสสูงเสียด้วย เพราะหลายคนสูงวัย) 250 ส.ว.ก็จะไม่ขาดหาย ทีม คสช.ทดแทนได้จนครบ 5 ปี

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน ประชาชนจำนวนมากก็บ่นว่า ยังมีตัวสำรองอีก 50 คนหรือ ไม่เคยพบเคยเห็น เป็นการแต่งตั้งเผื่อไว้ 5 ปีหาก ส.ว.มีอันเป็นไป ตาย ลาออก ติดคุกติดตะราง ฯลฯ (อย่างแรกมีโอกาสสูงเสียด้วย เพราะหลายคนสูงวัย) 250 ส.ว.ก็จะไม่ขาดหาย ทีม คสช.ทดแทนได้จนครบ 5 ปี

คนบ่นคงไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญ ซึ่งอันที่จริง มาตรา 269 (1) (ค) เขียนไว้ให้มีทีมสำรอง 2 ทีมด้วยซ้ำ และยังเป็นที่ฉงนฉงาย เหตุใดไม่ตั้งทีมที่ 2 ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

มาตรา 269 (1) กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหา ส.ว. คณะหนึ่ง ซึ่ง คสช.แต่งตั้งจาก “ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ และมีความเป็นกลางทางการเมืองจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคนแต่ไม่เกินสิบสองคน”

ซึ่งตรงนี้ก็เป็นที่ข้องใจของสังคม ว่าใครบ้างเป็นกรรมการสรรหา เพราะพวกท่านบอกแต่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ไม่เปิดเผยว่าใครเป็นกรรมการ ไม่เปิดเผยว่ากระบวนการสรรหาเป็นอย่างไร ซ้ำร้าย มีข่าวว่ากรรมการสรรหาได้แก่ รองหัวหน้า คสช.ทั้ง 3 ซึ่งสรรหาตัวเองเข้าไปเป็น ส.ว. รวมทั้งวิษณุ เครืองาม สรรหาน้องชาย

ส.ว.มีที่มา 2 ประเภทคือ (ก) มาจากการเลือกกันเองที่ กกต.ใช้งบ 1,300 ล้าน ให้ได้ 200 คน แล้วเสนอชื่อต่อ คสช. ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 15 วัน

(ข) มาจากคณะกรรมการสรรหาคัดเลือกไม่เกิน 400 คน ตามวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด แล้วเสนอชื่อต่อ คสช. ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 15 วันเช่นกัน

จากนั้น มาตรา 269 (1) (ค) ให้ คสช.คัดเลือกผู้ได้รับเลือกตาม (ก) ให้ได้จำนวน 50 คน และรายชื่อสำรอง 50 คน และคัดเลือกผู้ได้รับการสรรหาตาม (ข) ให้ได้ 194 คน รวมกับ 6 ผบ.เหล่าทัพเป็น 250 คน

“และคัดเลือกรายชื่อสำรองจากบัญชีรายชื่อที่ได้รับการสรรหาตาม (ข) จำนวนห้าสิบคน ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภายในสามวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”

อ่านยังไงก็แปลไทยเป็นไทยได้ว่า ทีมสำรองมี 2 ชุด ชุดหนึ่งมาจากกลุ่มเลือกกันเอง 200 คน ดังที่ประกาศไป อีกชุดหนึ่งมาจาก 400 คนซึ่งคัดไปเป็น ส.ว.แล้ว 194 คน ยังจัดทีมสำรองอีก 50 คน

แล้วทีมสำรองชุดหลังหายไปไหน ทั้งที่รัฐธรรมนูญเขียนให้ตั้ง ไม่ได้เขียนว่า จะตั้งหรือไม่ตั้งก็ได้

บางคนบอกว่าอาจตั้งภายหลัง ก็ไม่ได้นะ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน นับแต่วันประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.

ที่ยกประเด็นนี้มาไม่ใช่ทวงถาม เพราะอยากได้ทีมสำรองอีก 50 คน เพราะเพียงเท่านี้ก็เหลือล้นจะรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่คำถามคือมี 400 คนจากการสรรหาจริงหรือไม่ ถ้ามี ทำไมไม่ตั้งตัวสำรองอีก 50 คน

กระบวนการสรรหา ส.ว.เป็นที่น่าฉงน ตั้งแต่เริ่มต้น ดังที่มีผู้ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การตั้งคณะกรรมการสรรหาเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 269(1) หรือไม่

ยิ่งถ้าฟังการให้สัมภาษณ์ของผู้เกี่ยวข้อง เช่น รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า นายกฯ กล่าวในที่ประชุม ครม. วันที่ 7 พ.ค.ว่า ใครอยากเข้ามาทำหน้าที่ ส.ว.ก็สามารถแสดงความจำนงมาได้ หรืออดีตปลัดแรงงานฯ ให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ชวนเป็น ส.ว.ในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค.

ยิ่งมีคำถามว่าท่านชวนบุคคลต่าง ๆ ได้อย่างไร ในเมื่อการสรรหา 400 คนต้องสิ้นสุดก่อนเลือกตั้ง 15 วัน

หรือไม่มีการสรรหาใดๆ ทั้งสิ้น ลุงป้อมลุงตู่จิ้ม ใช้อำนาจได้ตามใจโดยไม่ต้องแยแสรัฐธรรมนูญ