KTC ผุด 2 บริษัทใหม่ พร้อมลุย “นาโนฯ-พิโกฯ” เรือธงลำใหม่ดันรายได้ครึ่งหลังตามแผน!

KTC ผุด 2 บริษัทใหม่ พร้อมลุย “นาโนฯ-พิโกฯ” เรือธงลำใหม่ดันรายได้ครึ่งหลังตามแผน!

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า บริษัทและ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ 2 บริษัท ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ บริษัท เคทีซี นาโน จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ(Nano Finance) โดยเป็นการให้สินเชื่อกับบุคคลธรรมดาเพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพวงเงินไม่เกินราละ 100,000 บาท โดยจดทะเบียนบริษัทเมื่อวันที่ 24 พ.ค.2562 โดยมีทุนจดทะเบียน 50,000,000 บาท  ชำระเต็มจำนวน โดยเป็นหุ้นสามัญ 5 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท

โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นของเคทีซีร้อยละ 75.05 ของทุนจดทะเบียนบริษัท และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ถือหุ้นสัดส่วน 24.95 ของทุนจดทะเบียนบริษัท โดยมีแหล่งเงินทุนมาจากเงินหมุนเวียนของเคทีซีส่วนคณะกรรมการประกอบด้วย กรรมการจำนวน 4 ท่าน โดยเป็นกรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อโดยเคทีซีจำนวน 3 ท่าน และกรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อโดยธนาคารจำนวน 1 ท่าน

บริษัท เคทีซี พิโก (กรุงเทพฯ) จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (Pico Plus) โดยเป็นการให้สินเชื่อแก่บุคคลธรรมดาที่มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ วงเงินไม่เกินรายละ 100,000 บาท วันที่จดทะเบียน 24 พ.ค.62 ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท ชำระแล้วเต็มจำนวน

โดยเป็นหุ้นสามัญ 2 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท ร้อยละ 75.05 ของทุนจดทะเบียนบริษัท โดยสัดส่วนของการถือหุ้นของธนาคารร้อยละ 24.95 ของทุนจดทะเบียนบริษัท คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการ 4 ท่าน โดยเป็นกรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อโดยเคทีซีจำนวน 3 ท่าน และกรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อโดยธนาคารจำนวน 1 ท่าน

ทั้งนี้การทำรายการดังกล่าวเคทีซีได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยในการให้บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และอนุญาตให้เคทีซี และธนาคารถือหุ้นในบริษัทที่จัดตั้งข้างต้นแล้วโดยภายหลังจากจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแล้วเสร็จบริษัททั้งสองแห่งข้างต้น จะยื่นขอรับใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจต่อไป

อนึ่งก่อนหน้านี้นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 จะเริ่มสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ผ่านสินเชื่อประเภทนาโน และพิโกไฟแนนซ์ และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะส่งให้ธุรกิจสามารถบรรลุเป้าหมายหลักในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ปัจจุบัน พอร์ตสมาชิกสินเชื่อบุคคลเคทีซีเท่ากับ 967,059 บัญชี ขยายตัว 12.8% ยอดลูกหนี้สินเชื่อบุคคล 26,483 ล้านบาท สัดส่วนลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเคทีซี เทียบกับอุตสาหกรรมเท่ากับ 5.4% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สามารถเทียบเคียงกับในอดีตได้ เพราะมีการรวมลูกหนี้สินเชื่อทะเบียนรถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัวเลขอุตสาหกรรมสินเชื่อบุคคล

และ NPL ของสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 0.78% ลดลงจาก 0.82% ขณะที่อุตสาหกรรมอยู่ที่ 3.49% โดยสัดส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อ NPL หรือ Cover ratio ยังคงมูลค่าสูง 605% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 591% สำหรับปริมาณการซื้อขายผ่านร้านค้ามีมูลค่า 22,282 ล้านบาท เติบโต 6% และจำนวนร้านค้าสมาชิกเท่ากับ 37,787 แห่ง เพิ่มขึ้น 13% จากโครงการขยายร้านค้าออนไลน์และโครงการขยายร้านค้าอาลีเพย์

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของ KTC ในไตรมาส 1/2562 ยังสามารถทำกำไรสุทธิได้สูงถึง 1,589 ล้านบาท เติบโต 31% เป็นผลมาจากการปรับแผนการตลาดให้ทันต่อสภาพการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลง โดยสามารถขยายฐานบัตรได้ดีและควบคุมคุณภาพหนี้ให้อยู่ในระดับเดียวกันกับปีก่อน โดยมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 1.18%

ทั้งนี้ ในปี 2562 นี้ บริษัทยังคงดำเนินงานไปที่ความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก โดยจะเน้นนำเสนอสิทธิประโยชน์ด้านออนไลน์ที่เข้มข้น ไม่น้อยกว่าการใช้บัตรที่ร้านค้าปกติ เพื่อให้สมาชิกเคทีซีหรือกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายนึกถึงบัตรและแบรนด์เคทีซีเป็นอันดับต้น ๆ ควบคู่กับการพัฒนาระบบออนไลน์ และแอปพลิเคชัน “KTC Mobile” ที่เน้นให้ทุกฟังก์ชันการทำงานมีประโยชน์ สะดวก และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค

คำค้น