STEC-STPI หุ้นเห่อการเมือง.!?

บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC และบริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI ถือเป็น 2 หุ้น ที่ถูกจับผูกโยงกับการเมืองอย่างชัดเจน..!?


สำนักข่าวรัชดา

บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC และบริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI ถือเป็น 2 หุ้น ที่ถูกจับผูกโยงกับการเมืองอย่างชัดเจน..!?

STEC มีกลุ่มชาญวีระกูลของนายอนุทิน ชาญวีรกูลหรือ “เสี่ยหนู” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถือหุ้นใหญ่ ฟาก STPI ก็มี “เสี่ยหนู” ถือหุ้นใหญ่เช่นกัน

STEC และ STPI จึงเป็นหุ้นสายเลือดเดียวกัน !!

ก่อนหน้านี้หลังเลือกตั้งที่ปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทยกวาดเก้าอี้ส.ส.มาได้ถึง 51 ที่นั่ง

แถมยังเก็งกันว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล

หุ้น STEC และ STPI ก็กอดคอกันวิ่งแรงยิ่งกว่ารถเมล์ในตำนานสาย 8 ซะอีก…

เพราะนักลงทุนแห่เข้าซื้อขายเก็งกำไรจากการที่พรรคภูมิใจไทยจะได้เป็นรัฐบาล

จากนั้นก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆไป…

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยตอบรับเข้าร่วมรัฐบาล หุ้น STEC และ STPI ก็วิ่งคึกเป็นม้าศึกอีกครั้ง !!

โดย STEC ทำราคาสูงสุดระหว่างวันที่ 25.75 บาท ก่อนจะปิดตลาดที่ 25.25 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับราคาปิดก่อนหน้า

ส่วน STPI ทำราคาสูงสุดระหว่างวันที่ 6.75 บาท ก่อนจะปิดตลาดที่ 6.60 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 1.54% เมื่อเทียบกับราคาปิดก่อนหน้า

นั่นเท่ากับว่าราคาที่วิ่งขึ้นร้อนแรงมาจากกระแสล้วน ๆ ปัจจัยพื้นฐานไม่มีเอี่ยวเลย…

จากนั้นในวันถัดมาราคาหุ้น STEC และ STPI ก็ร่วงโรยดั่งดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา

เรียกว่าจากสูงสุด…คืนสู่สามัญก็ไม่ผิดนัก..!!

ถ้าดูปัจจัยพื้นฐาน STEC ไม่ได้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ ผลประกอบการย้อนหลัง 2 ปี จะเห็นว่าปี 2560 ขาดทุนสุทธิ 610 ล้านบาท จากรายได้รวม 21,190 ล้านบาท ส่วนปี 2561 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,616 ล้านบาท จากรายได้รวม 28,000 ล้านบาท

ล่าสุดไตรมาส 1/62 มีกำไรสุทธิ 343 ล้านบาท จากรายได้ 7,555 ล้านบาท

ส่วน STPI ยิ่งแย่ไปกันใหญ่ ปี 2560 ขาดทุนสุทธิ 2,495 ล้านบาท และมีรายได้รวม 1,158 ล้านบาท ปี 2561 ขาดทุนสุทธิลดลงอยู่ที่ 629 ล้านบาท และมีรายได้รวม 1,344 ล้านบาท

เพิ่งจะฟื้นตัวพลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 1/62 ที่ 1,821 ล้านบาท และมีรายได้รวม 2,485 ล้านบาท (แต่เป็นกำไรพิเศษ) ซะเป็นส่วนใหญ่

ยิ่งตอกย้ำว่า STEC และ STPI เป็นหุ้นที่ขึ้นด้วยกระแสจริง ๆ

นักลงทุนคาดหวังว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลแล้ว STEC และ STPI จะมีงานเข้ามาล้นมือ หนุนให้กำไรพุ่งกระฉูด และจะดันให้ราคาวิ่งขึ้นแรงตามไปด้วย

นับจากนี้ไปจึงต้องจับตาว่า รัฐบาลใหม่จะมีโครงการก่อสร้างอะไรบ้าง ??

แล้ว STEC และ STPI จะสร้างอภินิหารทำกำไรให้เติบโตได้อย่างที่คาดหวังหรือไม่ ??

แต่หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลจริง… STEC ในฐานะผู้รับงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ก็น่าจะรีบเร่งโครงการให้เสร็จโดยเร็วนะ

นัยว่า “หนูมารัฐสภาเสร็จ” อะไรทำนองนั้น

จะได้ไม่ต้องไปเสียเงินเช่าห้องประชุมทีโอที ที่ใช้เป็นรัฐสภาชั่วคราว ตกเดือนละ 11 ล้านบาท ให้สิ้นเปลืองไป

ที่สำคัญเหล่าบรรดาท่านส.ว.และส.ส.ผู้ทรงเกียรติ จะได้มีห้องประชุมอย่างสมเกียรติซะที…

หนึ่งในนั้นก็คือ “เสี่ยหนู” ด้วยนะ..!

…อิ อิ อิ…

Back to top button