ORI ผ่าเส้นทาง 10 ปี สู่บิ๊กอสังหาฯ

ORI ผ่าเส้นทาง 10 ปี สู่บิ๊กอสังหาฯ


ผ่าเส้นทาง 10 ปี ORI สู่บิ๊กอสังหาฯ

 

ย้อนไปเกือบ 10 ปีก่อน ชื่อของ “ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” อาจไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูของทั้งบรรดานักธุรกิจและผู้กำลังมองหาที่อยู่อาศัยเท่าใดนัก แต่ในปัจจุบัน บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI สามารถก้าวขึ้นมาจนกลายเป็นหนึ่งใน “บิ๊กอสังหาฯ” ที่มีผลประกอบการทั้งด้านยอดขาย รายได้ และกำไร อยู่ในระดับท็อปของกลุ่มอสังหาฯ มีโครงการที่อยู่อาศัยครองใจตลาด ครอบคลุมทุกเซ็กเมนท์ ภายใต้การผลักดันของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งอย่าง นายพีระพงศ์ จรูญเอก และวันนี้ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ กำลังจะมีอายุครบ 10 ปี

ก่อตั้ง 6 ปีสู่การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

“นายพีระพงศ์” เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปี 2552 เขาและ “อารดา จรูญเอก” ภรรยา ได้ร่วมกันจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ขึ้น จากนั้นในปี 2553 ได้ใช้ประสบการณ์ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์กว่า 10 ปีของทั้งคู่ พัฒนาคอนโดมิเนียมโครงการแรกขึ้นภายใต้ชื่อ Sense of London เป็นโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 8 ชั้น ในซอยสุขุมวิท 109 มูลค่าโครงการ 199 ล้านบาท

โดยในปี 2554-2555 บริษัทยังคงพัฒนาคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ปีละ 1-2 โครงการ โดยใช้แบรนด์หลากหลาย จนเริ่มพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและชัดเจนในปี 2556-2558 มูลค่าโครงการประมาณ 2,800-7,000 ล้านบาทต่อปี ด้วยจุดมุ่งหมายในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แม้จะเปิดตัวโครงการใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่ยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพราะออริจิ้นมีความเข้าใจในตัวลูกค้า จึงพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ผนวกกับการเน้นการเจาะเรียลดีมานด์ ในทำเลเกาะแนวรถไฟฟ้าที่ยังเป็น Blue Ocean จึงทำให้ออริจิ้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ออริจิ้นใช้เวลาเพียงไม่ถึง 6 ปีนับตั้งแต่วันก่อตั้ง ก็สามารถนำหุ้น ORI เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างเป็นทางการวันแรกได้ในวันที่ 7 ต.ค. 2558

ดึงซุปตาร์ชั้นนำ “ณเดชน์-ซันนี่” สร้างแบรนด์ก้าวกระโดด

ปี 2560 ถือเป็นปีสำคัญที่ทำให้ออริจิ้นมีชื่อเสียงโด่งดังแบบ “ติดสปริง” เริ่มต้นจากการดึงซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของเมืองไทยอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ มารับตำแหน่งเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ เป็นเวลา 1 ปีเต็ม พร้อมทุ่มงบโฆษณาลงบนทุกแพลทฟอร์ม ทั้งสื่อทีวี สื่อออนไลน์ สื่อบนรถไฟฟ้า ไปจนกระทั่งป้ายบิลบอร์ด ภาพของณเดชน์และแบรนด์คอนโดมิเนียมในเครือออริจิ้น ถูกสะท้อนไปเป็นภาพจำของผู้บริโภค

โดยในปัจจุบัน ได้ปล่อย “หมัดเด็ด” เปิดตัว ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ และกำลังจะมีแคมเปญโฆษณาชุดใหม่ออกสู่ตลาดอีกหลายชุดเร็วๆ นี้

กวาด ตัวจริงร่วมสร้าง New S Curve

นอกจากจะขึ้นชื่อเป็นบริษัทที่โดดเด่นเรื่อง New Gen ค่าเฉลี่ยอายุพนักงานอยู่ที่เพียง 28-29 ปี จนสามารถพัฒนาโครงการได้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่แล้ว ตลอดช่วงปี 2560-2562 ถือเป็นช่วงที่ออริจิ้น ได้เฟ้นหา “ตัวจริง” ในแวดวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ มาร่วมสร้าง New S Curve ขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ ให้กับออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ อย่างต่อเนื่อง

จากเดิมที่แกนหลักของธุรกิจคือผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมเจาะตลาดกลาง วันนี้ ORI กลายเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร มีคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ภายใต้แบรนด์พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) มีธุรกิจบ้านจัดสรรภายใต้แบรนด์บริทาเนีย (BRITANIA) มีธุรกิจโรงแรมภายใต้บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด บริหารและใช้แบรนด์ของเครือโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล (IHG) มีความร่วมมือกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ ทำให้โครงการเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น และมีธุรกิจบริการด้านอสังหาฯครบวงจร ทั้งบริการแม่บ้าน บริการรับฝากปล่อยเช่า บริหารนิติบุคคล ตัวแทนขาย ภายใต้ชื่อกลุ่มบริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด

เรียกได้ว่าเป็นบริษัทที่มีประเภทธุรกิจหลากหลาย ครอบคลุม และสมบูรณ์มากที่สุดอีกบริษัทหนึ่งของธุรกิจอสังหาฯ ขณะนี้ เดินหน้าสู่เป้ารายได้ 3 หมื่นล้าน

จากปี 2553 ที่เปิดโครงการที่อยู่อาศัยมูลค่า 199 ล้านบาท ในปี 2562 ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มีแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรร รวมมูลค่าโครงการกว่า 27,300 ล้านบาท เน้นแบรนด์หลัก 3 แบรนด์ ได้แก่ 1. พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) 2. ดิ ออริจิ้น (The Origin) และ 3. บริทาเนีย (BRITANIA) ทำให้ภายในสิ้นปีนี้ ออริจิ้นจะมีมูลค่าโครงการที่เปิดสะสมแตะหลักแสนล้านบาท

สำหรับเป้ายอดขายในปี 2562 อยู่ที่ 28,000 ล้านบาท เป้ารายได้รวมอยู่ที่ 19,000 ล้านบาท และด้วยแผนการสร้างพอร์ตให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ออริจิ้นตั้งเป้าจะมีรายได้จากทุกกลุ่มธุรกิจแตะ 30,000 ล้านบาทภายในปี 2565

หลังจากขึ้นแท่นบิ๊กอสังหาฯที่มีพอร์ตธุรกิจครบวงจร ต้องจับตาดูต่อไปว่า เส้นทางหลัง 10 ปีของบิ๊กอสังหาฯดาวรุ่งรายนี้ จะสร้าง New S Curve อะไรต่อไป

Back to top button