TMB ระยะยาวยังสดใสได้ประโยชน์จากการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ-เงินฝาก

TMB แนวโน้มที่ดีของธนาคารในระยะยาว โดยจะได้ประโยชน์จากการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อและพอร์ตเงินฝากทำให้ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น บริหารจัดการด้านต้นทุนและ NPL ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ ROE จะเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องในระยะยาว ปรับคำแนะนำเป็นถือ ให้ราคาพื้นฐาน 2.60 บาท

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (9 ก.ค. ) ว่า ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB คุณภาพสินทรัพย์เป็นประเด็นที่กังวลในช่วงสั้น แม้ว่า TMB จะตั้งสำรองค่าเผื่อฯไปมากใน ไตรมาส1/58 ที่ 1.78% ของสินเชื่อรวม เพราะ NPL เพิ่มขึ้น 6% ทำให้ NPL Ratio สูงขึ้นเป็น 3% (จาก 2.85% ในสิ้นปี 57) และ Coverage Ratio ปรับขึ้นเป็น 150%

โดย TMB เป็นธนาคารที่ตั้งสำรองพิเศษก่อนธนาคารอื่นๆ ใน ไตรมาส 1/58 แต่ความวิตกกังวลเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ทำให้ธนาคารน่าจะใช้นโยบายระมัดระวังต่อใน ไตรมาส 2/58 ส่วนในระยะยาวเชื่อว่าธนาคารจะยังได้ประโยชน์จากประสิทธิภาพที่ดีขึ้นจากการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อและพอร์ตเงินฝาก ส่งผลให้ ROE จะเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

โดยปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 58F ลง 33% สะท้อนสมมติฐานการตั้งสำรองค่าเผื่อฯเพิ่มเป็น 1.34% ของสินเชื่อรวม (เดิม 0.85%) ปรับลดการเติบโตของสินเชื่อเป็น 5% (เดิม 8%) ลดสมมติฐานอัตราการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลงเป็น 17% (เดิม 33%) ส่วนผลประกอบการ ไตรมาส 2/58 คาดว่าจะลดลงเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่เติบโตได้ 6%เทียบไตรมาสก่อนหน้า เพราะใน ไตรมาส1/58 ตั้งสำรองสูงมาก

อีกทั้งปรับลดคำแนะนำเป็นถือ ให้ราคาพื้นฐานใหม่ 2.60 บาท (เดิม 3.60 บาท) อิงกับ Gordon Growth Model (13% ROE, 10% growth, 12% cost of equity) ซึ่งเทียบเท่ากับ P/BV ปี 58F ที่ 1.5 เท่า อย่างไรก็ดี เรายังเห็นแนวโน้มที่ดีของธนาคารในระยะยาว โดยจะได้ประโยชน์จากการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อและพอร์ตเงินฝากทำให้ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น บริหารจัดการด้านต้นทุนและ NPL ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ ROE จะเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องในระยะยาว

คำค้น