
“ดาวโจนส์” ดิ่งกว่า 600 จุด ผวาน้ำมันพุ่ง 100 เหรียญ หลังอิหร่านลั่นปิดฮอร์มุซต่อ
“ดาวโจนส์” ร่วงกว่า 600 จุด หลังราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลอุปทานพลังงานโลก หลัง Mojtaba Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่านส่งสัญญาณปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 600 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง หลังผู้นำสูงสุดของ อิหร่าน ส่งสัญญาณให้ปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ต่อไป ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญของโลก ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจผลักดันอัตราเงินเฟ้อให้เร่งตัว และกระทบต่อเศรษฐกิจของ สหรัฐอเมริกา รวมถึงเศรษฐกิจโลกโดยรวม
โดย ณ เวลา 21.47 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลง 608 จุด หรือ 1.28% มาอยู่ที่ระดับ 46,840 จุด
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลของตลาด หลัง Mojtaba Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ประกาศจุดยืนให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป
ณ เวลา 21.30 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนเมษายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.14 ดอลลาร์ หรือ 9.33% มาอยู่ที่ระดับ 95.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 8.17 ดอลลาร์ หรือ 8.88% อยู่ที่ระดับ 100.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แรงหนุนสำคัญของการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันมาจากความกังวลด้านอุปทานในตลาดโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก การส่งสัญญาณปิดเส้นทางดังกล่าวจึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของการลำเลียงพลังงาน
ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวถือเป็นท่าทีแข็งกร้าวครั้งแรกของผู้นำอิหร่านคนใหม่ ภายหลังเข้ารับตำแหน่งแทนบิดาที่ถูกลอบสังหาร พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะไม่ยอมถอยจากความขัดแย้งกับ สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความผันผวนของตลาดพลังงานโลก
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า การยับยั้งอิหร่านจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มีความสำคัญมากกว่าการควบคุมราคาน้ำมัน ทำให้นักลงทุนประเมินว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อ และแรงกดดันต่อราคาพลังงานมีแนวโน้มดำเนินต่อไปในระยะข้างหน้า

