โบรกฯเชียร์ “ซื้อ” WHA ดาวเด่นหุ้นนิคมฯ โกยผลดี EEC จับตาผลงานครึ่งปีหลังโดดเด่น!

โบรกฯเชียร์ "ซื้อ" WHA ดาวเด่นหุ้นนิคมฯ โกยผลดี EEC จับตาผลงานครึ่งปีหลังโดดเด่น!

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจข้อมูลและบทวิเคราะห์หลังราคาหุ้น บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยวานนี้ (17 มิ.ย.) อยู่ที่ระดับ 4.68 บาท บวก 0.12 บาท หรือ 2.63% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.17 พันล้านบาท ปรับตัวขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2555

โดยพบว่า นักวิเคราะห์ บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น WHA ประเมินราคาเป้าหมายที่ 5.30 บาท มองว่าผลประกอบการปี 2561 เป็นจุดต่ำสุด ซึ่งในปี 2562 กลับมาเติบโต 34% เมื่อเทียบจากปีก่อน โดยยังคงชอบ WHA และเลือกเป็น Top Pick จากยังคงครองความเป็นผู้นำในการขายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม (ส่วนแบ่งทางการตลาดของ WHA 42% เทียบ AMATA 39% ในช่วงไตรมาส 2/61) และพื้นที่ให้เช่า(ในปี 2561 net pre-leased ของ WHA ที่ 259,853ตารางเมตร เทียบกับ Frasers 70,600 ตารางเมตร)

ทั้งนี้ บล.โนมูระ พัฒนสิน มองว่ากำไรปกติไตรมาส 2/62 เริ่มเห็นการเติบโตทั้งเมื่อเทียบจากปีก่อนและเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน แม้จะเป็นไตรมาสแรกของปีที่ไม่มีการรับรู้รายได้ค่าเช่าจากพื้นที่ WHABT และได้รับผลกระทบจากมาตรฐานบัญชี (TFRS15) ต่อเนื่อง แต่เราคาดว่าการโอนที่ดินที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าจะปรับตัวดีขึ้น จากโรงไฟฟ้า Gheco-I เปิดดำเนินการปกติจะช่วยชดเชยได้ อย่างไรก็ตามให้น้ำหนักกำไรเติบโตโดดเด่นในช่วงครึ่งหลังปี 2562 เพราะเป็นช่วง High Season ในการโอนที่ดิน และได้รับแรงหนุนจากต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มลดลง เพราะจะมีการ callable bond จำนวน 2,500 ล้านบาท

ส่วน นักวิเคราะห์ บล.เอเชีย เวลท์ ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น WHA ประเมินราคาเป้าหมายที่ 5 บาท อิงวิธี SOTP โดยคาดว่าช่วงที่เหลือของปี 2562 บริษัทจะเร่งโอนที่ดินใน Backlog จำนวน 667 ไร่ได้สำเร็จ บวกกับรายได้พิเศษอื่น ๆ ทั้งจากการขายคลังสินค้าให้กับ Alibaba มูลค่า 3 พันล้านบาทในไตรมาส 3/62 และการขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT มูลค่า 5.7 พันล้านบาทในไตรมาส 4/62 คาดรายได้ทั้งปี 2562 ใกล้เคียงเป้าที่บริษัทตั้งไว้ที่ 1.4 หมื่นล้านบาทได้ไม่ยาก

ทั้งนี้คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/62 โตทั้งเมื่อเทียบบจากปีก่อนและเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน หนุนจากคาดการณ์รายได้จากการขายที่ดินที่สูงขึ้น ได้รับประโยชน์จากผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมาไทยเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทมี Backlog อยู่ 667 ไร่คาดจะสามารถโอนที่ดินในไตรมาส 2/62 ได้อย่างน้อย 200 ไร่ รวมทั้งกำไรปันส่วนจากธุรกิจโรงไฟฟ้ากลับมาอยู่ในระดับแข็งแกร่งอีกครั้งที่ประมาณ 600 ล้านบาทต่อไตรมาส หลังจากโรงไฟฟ้า Gheco-I กลับมาเปิดดำเนินการตามปกติ

อีกทั้งยังคาดช่วงครึ่งหลังปี 2562 บริษัทจะสามารถเร่งกำไรสุทธิได้เพิ่มขึ้น ได้รับปัจจัยจากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเป็นช่วงไฮซีซั่น และคาดดีลคลังสินค้าขนาด 130,000 ตร.ม.ของ Alibaba ในท้ายที่สุดแล้ว ทาง Alibaba จะใช้สิทธิในการซื้อคลังสินค้าดังกล่าวแทนการเช่า ส่งผลให้บริษัทจะรับรู้รายได้จากการขายคลังสินค้าจำนวน 3 พันล้านบาทเข้ามาแทน คาดดีลนี้จะได้ข้อสรุปในไตรมาส 3/62

รวมทั้งบริษัทมีแผนที่จะขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT จำนวน 187,000 ตร.ม. คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5.7 พันล้านบาทในไตรมาส 4/62 และบริษัทเตรียมไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดจำนวน 2.5 พันล้านบาทในเดือน ก.ค. 62 ส่งผลให้บริษัทมีภาระดอกเบี้ยต่ำลง