JMT สินเชื่อดีไม่ตก

นับเป็นข่าวดีสำหรับ JMT ซึ่งเป็นหุ้น 1 ใน 3 ของหลักทรัพย์ที่ได้ถูกคัดเลือกเข้าใหม่ในดัชนี SET100 โดยเริ่มในช่วงครึ่งหลังของปี 2562

คุณค่าบริษัท

นับเป็นข่าวดีสำหรับ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ซึ่งเป็นหุ้น 1 ใน 3 ของหลักทรัพย์ที่ได้ถูกคัดเลือกเข้าใหม่ในดัชนี SET100 โดยเริ่มในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 (1 กรกฎาคม-31 ธันวาคม) ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพต่อตัวบริษัทและความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่อาจเข้ามาช่วยขับเคลื่อนให้ราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นในอนาคต

ส่วนประเด็นบวกต่อมาจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ไตรมาส 1/2562 Gross NPLs ของสถาบันการเงินรวม 4.56 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ใกล้เคียงกับการเติบโตของสินเชื่อในระบบเพิ่มขึ้น 3% จากงวดเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 2.95% ของสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 2bps จากงวดเดียวกันของปีก่อน

ถือเป็นการสอดคล้องต่อมุมมองผู้บริหารว่าบรรยากาศการประมูลขายหนี้ที่ยังเป็นปกติเหมือนปีก่อน ทำให้พอเห็นภาพว่าการเติบโตในปีนี้ไม่น่ากังวล คาดเงินลงทุนซื้อหนี้มาบริหารเพิ่มจะไม่น้อยกว่าปีที่แล้ว 2.5 พันล้านบาท คิดเป็นมูลหนี้ไม่ต่ำกว่า 2-2.5 หมื่นล้านบาท เทียบพอร์ตหนี้สิ้นปี 2561 เท่ากับ 1.46 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 15-17% จากงวดเดียวกันของปีก่อน คาดเริ่มเห็นรอบการซื้อ Secured loan หลักพันล้านช่วงกลางปีนี้ และ Non-secured อีกก้อนใหญ่ในช่วงปลายไตรมาส 3-ไตรมาส 4 เป็นฐานการเติบโตในปีหน้า

นอกจากนี้ ทางนักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คงมุมมองบวกต่อผลประกอบการในไตรมาส 2/2562 คาดรายได้ 575 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน, และเพิ่มขึ้น 28% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ตามเงินสดเรียกเก็บ (Cash collection) 730 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน, และเพิ่มขึ้น 33% จากงวดเดียวกันของปีก่อน จากกองหนี้ใหม่ที่ซื้อเข้ามาปลายปี 2561 และกองที่ตัดต้นทุนหมด ทำให้อัตรากำไรดีขึ้นในทุกระดับ แม้ธุรกิจประกันจะยังขาดทุนใกล้เคียงจากไตรมาสก่อน แต่เริ่มมีพัฒนาการบวกจากยอดขายต่อเดือนเพิ่มขึ้น และการทยอยปรับพอร์ตให้ Loss Ratio ลดลง ก่อนจะพลิกเป็นกำไรในช่วงปลายปี

ทั้งนี้ ประเมินกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/2562 เท่ากับ 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน, และเพิ่มขึ้น 25% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นอีกไตรมาสที่ยังรักษาสถิติ All time high ไว้ได้ มีลุ้นสูงที่กำไรสุทธิจะทำรายได้ต่อในอีกสองไตรมาสที่เหลือจากไตรมาสก่อน ตามรอบการเก็บหนี้อิงสถิติ 2 ปีย้อนหลัง (ไตรมาส1<ไตรมาส2<ไตรมาส3<ไตรมาส4)

ดังนั้น เพื่อให้สะท้อนโมเมนตัมที่ชัดเจนใน 6-12 เดือนข้างหน้า ทั้งในแง่กำไรสุทธิช่วงครึ่งหลังของปี 2562 จากกองหนี้ที่รับรู้กำไร 100% ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2/2562 และส่วนที่กำลังทยอยซื้อใหม่ในปีนี้ ซึ่งโอกาสซื้อได้มากกว่าเป้าจากประเด็น IFRS 9 (ไม่รวมในประมาณการ) ก่อนจะเริ่มรับรู้รายได้เต็มที่ในไตรมาส 1-ไตรมาส 2/2563 และมีธุรกิจประกันเป็นอีก Upside risk ที่น่าติดตามต่อในปีหน้า

มีการปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 20.80 บาท แนะนำ “ซื้อ”

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) 495,593,474 หุ้น 55.81%
  2. นายไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา 31,711,174 หุ้น 3.57%
  3. นางวันทนีย์ เพชรโลหะกุล 16,026,534 หุ้น 1.80%
  4. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 15,853,745 หุ้น 1.79%
  5. น.ส.พิชญ์สินี เสรีวิวัฒนา 12,226,900 หุ้น 1.38%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานกรรมการ
  2. นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
  3. นายปิยะ พงษ์อัชฌา กรรมการ
  4. น.ส.ยุวดี พงษ์อัชฌา กรรมการ
  5. นายเริงชัย อิงคภากร กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ