ประชานิยมดะ

รัฐบาลประยุทธ์ 2 แตกต่างจากรัฐบาล คสช. ตรงที่เป็นรัฐบาลทหารผสมพันธุ์นักการเมือง ทั้งในพรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาล จุดเด่นของนักการเมืองคือรู้จักเอาใจชาวบ้าน แข่งกันออกนโยบายประชานิยม เช่นจะประกันราคายางพารา ราคาปาล์ม ไม่แข็งทื่อเหมือนรัฐบาลทหาร ไล่ไปขายยางดาวอังคาร

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

รัฐบาลประยุทธ์ 2 แตกต่างจากรัฐบาล คสช. ตรงที่เป็นรัฐบาลทหารผสมพันธุ์นักการเมือง ทั้งในพรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาล จุดเด่นของนักการเมืองคือรู้จักเอาใจชาวบ้าน แข่งกันออกนโยบายประชานิยม เช่นจะประกันราคายางพารา ราคาปาล์ม ไม่แข็งทื่อเหมือนรัฐบาลทหาร ไล่ไปขายยางดาวอังคาร

นอกจากนั้น นักการเมืองยังรู้จัก Gimmick ในการเล่นกับสื่อ เช่น มีข่าวภัยแล้ง โรงพยาบาลสุรินทร์ขาดน้ำ รัฐมนตรีสาธารณสุข ก็ควง รมช.มหาดไทย ขับเครื่องบินส่วนตัวไปดู แม้ไม่แน่ใจว่า ไปแล้วทำอะไรได้ ก็ถูกใจประชาชนกว่ารัฐมนตรีข้าราชการ หรือรัฐมนตรีทหาร ขี่เครื่องบินเจ็ทตำรวจ

นักการเมืองยังน่าจะสอนให้นายกฯ ทหารรู้จัก Gimmick เช่นจูงคนตาบอดขึ้นรถไฟฟ้า อย่างถูกจังหวะถูกเวลา

ส่วนจุดอ่อนของนักการเมืองก็รู้กัน คือถูกจับจ้องเรื่องผลประโยชน์ อย่างที่มีข่าวกระเส็นกระสาย ว่าเก้าอี้อธิบดีบางกรม เริ่มซื้อขายกันแล้ว เพียงแต่ต้นรัฐบาล เรื่องยังไม่อื้อฉาวบานปลาย

ประเด็นน่าจับตาในขั้นนี้ คือประชานิยมดะ ต่างคนต่างแจก ต่างคนต่างเอาใจ จะจัดสรรปันส่วนกันได้ลงตัวไหม จะขัดแย้งกับนโยบาย “รัฐบาลที่แล้ว” หรือไม่ และจะส่งผลดีหรือร้าย

เพราะบางเรื่องก็อาจบานปลาย เช่นพอมีข่าวพรรคพลังประชารัฐจะเพิ่มเงินบัตรคนจน ให้คนมีรายได้น้อย คนมีบุตร คนพิการ พรรคประชาธิปัตย์จะช่วยหนี้สินเกษตรกร 5.5 ล้านราย พรรคภูมิใจไทยจะเพิ่มค่าตอบแทน อสม. เป็น 2,500-10,000 บาท

สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านออกมาเรียกร้องมั่ง ขอเพิ่มค่าตอบแทน 13,000-15,000 บวกสวัสดิการ

ว่าที่จริง การเพิ่มค่าตอบแทน อสม.ดูเหมือนจะไม่อยู่ในนโยบายรัฐบาล แต่พรรคภูมิใจไทย “ตีกิน” ระหว่างแถลงนโยบาย ซึ่งถ้าทำจริงก็เป็นเรื่องใหญ่ เพราะทุกวันนี้ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เจ้าหน้าที่เทคนิค ยังไม่ได้บรรจุก็มากมาย ลูกจ้างรายวัน เงินเดือนต่ำกว่าหมื่นก็ยังเยอะ มีหวังเรียกร้องกันให้วุ่น

พรรคภูมิใจไทยปลื้มอกปลื้มใจ โพลชมว่า เป็นพรรคที่ทำตามนโยบายหาเสียงมากที่สุด แต่ความเป็นจริง นโยบายภูมิใจไทยที่เอาใจไปทั่ว ก็กำลังจะเป็นปัญหา

นโยบายกัญชาเสรี ปลูกบ้านละ 6 ต้น ฟันธงว่าไม่มีทางเป็นไปได้ มองไม่เห็นว่าจะควบคุมอย่างไร INCB คณะกรรมการควบคุมสารเสพติดระหว่างประเทศ ก็เตือนว่าภายใต้อนุสัญญา UN หลายฉบับ สามารถใช้กัญชาทางการแพทย์ ภายใต้การควบคุมของรัฐเท่านั้น ไม่งั้นจะโดนแซงก์ชั่น

พูดกันตรง ๆ ภูมิใจไทยหาเสียงกับกระแสคลั่งกัญชา ซึ่งคนจำนวนหนึ่งเชื่อว่าเป็นยาวิเศษ รักษาทุกโรค ทั้งที่แพทย์แผนปัจจุบันยอมรับเพียง 4 โรค แต่กระทรวงสาธารณสุขจำต้องคล้อยตามอำนาจและกระแส

รัฐมนตรีคมนาคม ขายโปรเจกต์เอาใจสารพัด รถไฟฟ้า 15 บาท โดนนายกฯ เบรกไปแล้ว ขึ้นค่าแท็กซี่มิเตอร์ นิด้าโพลก็ด่าขรม พลิกนโยบายรัฐบาลที่แล้ว ที่บังคับรถตู้เปลี่ยนเป็นมินิบัส ตอนนี้จะกลับมาให้สมัครใจ ก็ถูกศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทยโต้ “นโยบายส่งเสริมความเสี่ยง (ตาย)”

ไม่ใช่รัฐบาลที่แล้วถูกหมด รัฐบาลที่แล้วก็ใช้อำนาจบังคับ จะปรับเปลี่ยนให้ได้ดังใจ แต่อยู่ ๆ นักการเมืองก็พลิกกลับมาเอาใจชาวบ้าน แบบไม่คิดให้รอบด้าน

นี่ยังไม่พูดถึงนโยบายประชาธิปัตย์ ซึ่งต้องรอดูว่าจะใช้งบมากแค่ไหนประกันราคาพืชผล ขณะที่ทีมเศรษฐกิจเดิมในสีเสื้อพลังประชารัฐ ก็จะอัดฉีด 5 หมื่นล้าน แจกบัตรคนจนคนละพัน แจกเงินคนชั้นกลางไปเที่ยวหัวละพันห้า

แน่ละ นี่เป็นวิธีเอาชนะฝ่ายค้าน ทุ่มประชานิยมชิงฐานเสียงเพื่อไทย แต่ระวังจะแย่งชิงกันเสียเอง ซ้ำเอาใจคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ไปเรื่อย แบบไม่มีหลัก ไม่ได้ผล จะย้อนมามัดคอคนทำ