TKN หุ้นใหญ่(เปลี่ยน)ไป.!?

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ! หลังปรากฏข่าวครอบครัวพีระเดชาพันธ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN ได้ขาย Big Lot หุ้น TKN จำนวน 48.30 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.5% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัท...

สำนักข่าวรัชดา

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ! หลังปรากฏข่าวครอบครัวพีระเดชาพันธ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN ได้ขาย Big Lot หุ้น TKN จำนวน 48.30 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.5% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัท…

เพราะหากย้อนดูข้อมูลจะเห็นว่า กลุ่มครอบครัวพีระเดชาพันธ์ทยอยขายหุ้น TKN ออกมาแล้วหลายครั้ง

ส่งผลให้จากเดิม กลุ่มครอบครัวพีระเดชาพันธ์เคยถือหุ้น TKN ณ IPO เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2558 ราคาพาร์ 0.25 บาท สัดส่วน 73.19% ปัจจุบันเหลือถือแค่ 58%

นั่นเท่ากับว่า กลุ่มครอบครัวพีระเดชาพันธ์ขายหุ้นออกไปแล้ว 15.91%

ลองดีดลูกคิดกันดูว่า จะได้เงินเข้ากระเป๋าไปกี่พันล้าน !!

(อย่าลืมว่า…ช่วงปลายปี 2559 ต่อเนื่องไปปี 2560 ราคาหุ้น TKN เคยยืนที่ระดับ 20 กว่าบาทมาพักใหญ่ ๆ บังเอิญว่า เป็นช่วงที่กลุ่มครอบครัวพีระเดชาพันธ์ ขายหุ้นออกมาพอดิบพอดี ก่อนที่ราคาจะไหลรูดลงมายืนที่ระดับ 10 บาท)

นี่แค่เฉพาะ “ต๊อบ-อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์” คนเดียวก็ได้เงินค่าขนมไปไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทแล้วนะ…

โอ้ววว…แม่เจ้า น่าอิจฉาจริง ๆ !!

ทว่าการได้เห็นสัญญาณการขายหุ้นช่วงที่ TKN เริ่มถดถอยของกลุ่มครอบครัวพีระเดชาพันธ์ ซึ่งอยู่ในฐานะทั้งผู้ก่อตั้ง ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ ถูกมองได้ 2 มุม…

มุมแรก…ผู้ถือหุ้นใหญ่ต้องการลดพอร์ต ลดความเสี่ยงของตัวเองหรือไม่ ??

ส่วนอีกมุม…เนื่องจากที่ผ่านมา TKN ยืนด้วยลำแข้งของตัวเองมาโดยตลอด

แต่ช่วงหลังมานี้จะเห็นว่า TKN โตยากขึ้น ผลประกอบการเริ่มถดถอย…

เห็นได้ชัดจากงบไตรมาส 2/62 กำไรสุทธิเหลือแค่ 98 ล้านบาท ลดลง 36.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 154 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย 1,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 1,286 ล้านบาท

ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกปี 2562 มีกำไรสุทธิ 179 ล้านบาท ลดลง 41.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 305 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย 2,582 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 2,570 ล้านบาท

เป็นแรงบีบคั้นให้ TKN ต้องหาสตราทีจิก พาร์ตเนอร์ เข้ามาเสริม

ดังนั้นการที่กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ TKN ขายหุ้นจำนวน 48.30 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.5% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทให้กับ Pan Orion Corp Ltd. ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายขนมขบเคี้ยวระดับโลก จากประเทศเกาหลีใต้ มีเครือข่ายการจัดจำหน่ายในประเทศเกาหลีใต้ จีน เวียดนาม และรัสเซีย

มองเชิงบวกก็เป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายในต่างประเทศให้กับ TKN โดยที่ไม่ต้องไปสร้างเครือข่ายเอง

ก็อาจประหยัดต้นทุนในส่วนนี้และเพิ่มโอกาสความสำเร็จมากกว่าการทำเอง…

แต่ที่น่าสนใจ…หลังจากนี้กลุ่มครอบครัวพีระเดชาพันธ์ จะขายหุ้น TKN ออกมาอีกหรือเปล่า ??

ถ้าทยอยขายอีก จะเป็นลางสังหรณ์ในเชิงลบหรือไม่ ??

เพราะการที่กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ขายหุ้นออกมา

มันจึงถูกตั้งคำถามว่า ถ้าบริษัทดีจริง…ทำไมต้องขาย ??

…จริงมั้ย “เสี่ยต๊อบ”

…อิ อิ อิ…