TVD มั่นใจยอดขายสินค้าครึ่งปีหลังโตต่อ รับแผนบริหารต้นทุน-ซื้อแอร์ไทม์เพิ่ม

TVD มั่นใจยอดขายสินค้าครึ่งปีหลังโตต่อ รับแผนบริหารต้นทุน-ซื้อแอร์ไทม์เพิ่ม


นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท  ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD เปิดเผยว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 7 ช่องที่ขอคืนใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่แก่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ทยอยยุติการออกอากาศแล้วบางช่อง ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการโฮมช็อปปิ้ง โดยคาดว่าภาพรวมตลาดโฮมช็อปปิ้งในครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก

โดยจากปัจจัยดังกล่าว บริษัทได้ปรับแผนการดำเนินงานตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเร่งผลักดันยอดขายช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก ทั้งในด้านยอดขายและความสามารถการทำกำไรขั้นต้น โดยได้เจรจากับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลช่องต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของสินค้าทีวี ไดเร็ค เพื่อขอเช่าแอร์ไทม์สำหรับออกอากาศรายการแนะนำสินค้าเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเตรียมเปิดตัวโฮมช็อปปิ้งช่องใหม่ที่จะออกอากาศทางเคเบิ้ลทีวี รวมถึงร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม อี-คอมเมิร์ช เพิ่มยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น

นายทรงพล กล่าวอีกว่า หลังจากบริษัทเริ่มปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจมาระยะหนึ่ง ส่งผลให้ภาพรวมการดำเนินงานของบริษัทในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่ผ่านมาปรับตัวดีขึ้น ทั้งในด้านยอดขายสินค้าและความสามารถการทำกำไรขั้นต้น โดยเฉพาะผลการดำเนินงานเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ และคาดหวังว่าจะรักษาผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

นอกจากนี้ บริษัทได้ทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มทางเลือกแก่ผู้บริโภคและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม อาทิ ผลิตภัณฑ์เพื่อบำรุงผิวหน้าและบำรุงผิวกายที่ร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญพัฒนาสินค้า เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคในกลุ่มนี้

“เราคาดว่าภาพรวมยอดขายสินค้าในช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้น หลังจากบริษัทปรับกลยุทธ์ในการซื้อแอร์ไทม์เพิ่มและมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถกระตุ้นยอดขายได้ดีในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตามคืออัตราหนี้สินต่อครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแตะ 13 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 2 ในเอเชีย และอาจจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค” นายทรงพล กล่าว

Back to top button