RSI หัวทิ่ม

*หลังจาก “โมนิก้า” บรรยายเหตุผลร้อยแปดพันเก้าที่ทำให้ดัชนีแกว่งลงเป็นที่เรียบร้อย ก็เข้าสู่โหมดของการเฝ้ามองเหตุการณ์ในแต่ละวันจะออกมาในรูปแบบไหน? เพราะแนวความคิดเกี่ยวกับการล้างพอร์ตเพื่อรอซื้อหุ้นรอบใหม่ยังดำเนินต่อไป จึงทำให้สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยออกไปในแนวซึมกะทือเป็นเสียส่วนใหญ่ เดี๊ยนถึงไม่อยากคาดหวังกับข่าวอัพเลเวลหุ้นไทยสักเท่าไหร่หรอกนะคะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*หลังจาก “โมนิก้า” บรรยายเหตุผลร้อยแปดพันเก้าที่ทำให้ดัชนีแกว่งลงเป็นที่เรียบร้อย ก็เข้าสู่โหมดของการเฝ้ามองเหตุการณ์ในแต่ละวันจะออกมาในรูปแบบไหน? เพราะแนวความคิดเกี่ยวกับการล้างพอร์ตเพื่อรอซื้อหุ้นรอบใหม่ยังดำเนินต่อไป จึงทำให้สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยออกไปในแนวซึมกะทือเป็นเสียส่วนใหญ่ เดี๊ยนถึงไม่อยากคาดหวังกับข่าวอัพเลเวลหุ้นไทยสักเท่าไหร่หรอกนะคะ

*ประกอบกับภาพรวมของตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในลักษณะ W-Shape ต่อไปอีกระยะหนึ่ง และตัวแปรที่จะทำให้ดัชนีเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นขาขึ้นอย่างบูรณาการ คงขึ้นอยู่กับผลงานที่ทำได้ในไตรมาส 3 และต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 จะออกมาดีขนาดไหน? “โมนิก้า” ถึงมองความพยายามเกาะเส้นแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาบริเวณ 1,650 จุด อาจไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่หรอกนะจ๊ะ

*เนื่องจากค่าสัญญาณทางเทคนิค RSI ยังอยู่ในทิศทางปักหัวลงเป็นเวลาหลายวัน ผนวกกับค่าสัญญาณตัวอื่น ๆ ก็ไม่สู้ดีสักเท่าไหร่ “โมนิก้า” ถึงเชื่อเหลือเกินว่า การยืนปิดที่ระดับ 1,640.66 จุด ลบไป 13.48 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.72 หมื่นล้านบาท น่าจะเป็นการประวิงเวลาเพื่อรอให้แรงซื้อรอบใหม่กลับเข้ามาอีกครั้ง ก็จะทำให้ทุกอย่างกลับมาสดใสซาบซ่าเหมือนเดิม (เดี๊ยนภาวนาให้เป็นเช่นนั้นทุกค่ำคืน)…อิอิอิ

*ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องโฟกัสไปยังบริเวณแนวรับสำคัญต่าง ๆ เพื่อทำให้เห็นความน่าจะเป็นของการลงไปตั้งหลักสร้างฐานมีบริเวณไหนบ้าง? โดยข้อมูลที่ได้จากครั้งก่อนมีอยู่ด้วยกัน 2 จุดใหญ่ ๆ ไล่เรียงตั้งแต่ระดับ 1,620 จุด กับบริเวณ 1,600 จุด ซึ่งเป็นการย้ำหัวหมุดอีกครั้งว่า ขาประจำคงไปรอเล่นกันที่บริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก จึงต้องเน้นเคาะสั้น ๆ แล้วถอยฉากเพื่อความปลอดภัยนะตัวเอง

*สำหรับหุ้นแบงก์ที่มีทรวดทรงสวยสุดในเที่ยวนี้ต้องโฟกัสไปที่ BBL หลังทะยานขึ้นมาปิดที่ 179.50 บาท บวกไป 3 บาท หรือขึ้นไป 1.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.21 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นการเด้งรับข่าวแล้วเลิกอีกตามเคย เพราะเมื่อมองสตอรี่แบงก์ใหญ่สุดในระบบ ย่อมได้รับอานิสงส์มากกว่าใครเพื่อนอย่างแน่นอน แต่เผอิญเศรษฐกิจของประเทศยังกระท่อนกระแท่น เดี๊ยนเลยไม่เชื่อว่าหุ้นจะไปได้ไกลน่ะซี

*เฉกเช่นเดียวกับหุ้นโรงหมอ BDMS ทะยานขึ้นมาปิดที่ 24 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 2.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.59 พันล้านบาท ล้วนเป็นผลมาจากราคาหุ้นลงเยอะเกินไป และธุรกิจผ่านจุดยากลำบากในการปั้นตัวเลข บรรดาเกจิอาจารย์ดังเลยมองตัวเลขกำไรในปีหน้าจะโดดเด่นเป็นสง่าสุด ๆ ราคาหุ้นถึงวิ่งกลับขึ้นมาได้อีกครั้งอย่างยอดเยี่ยม ส่วนจะไปได้ไกลเหมือนที่โม้กันไว้หรือเปล่า? ต้องติดตามดูกันต่อไปนะจ๊ะ

*คล้ายกับกรณีของ IVL เด้งกลับขึ้นมาปิดเขียวปี๋ได้อีกครั้ง ไม่ทำให้เดี๊ยนรู้สึกดีขึ้นแต่อย่างใด เพราะยังมีมรสุมข่าวร้ายถาโถมเข้ามาเป็นระลอก จนบรรดาแมงโม้เม้าท์กันไม่ว่างเว้นว่ากำไรปีนี้ทำได้ในระดับ 1.20 หมื่นล้านบาท และกำไรต่อหุ้นตกอยู่ที่ระดับ 2 บาทก็ดีมากโข! “โมนิก้า” เลยถือโอกาสเทียบบัญญัติไตรยางศ์ P/E 15 เท่า ราคาหุ้นก็จะอยู่ที่ระดับ 30 บาท (หากลดค่าพี/อีลงมาอีก ราคาหุ้นก็คงดูไม่จืด) ขณะที่วานนี้ราคาหุ้นปิดเสมอตัวในระดับ 31.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 871 ล้านบาท มันน่าสนจริงอ๊ะป่าว!

*ส่วนรายที่มีอาการหนักสุด ๆ “โมนิก้า” คงให้ความสำคัญไปที่หุ้นปลากระป๋องออนไลน์ TU โดนแรงเทขายซัดจนหงายท้องครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่มีวี่แววกลับขึ้นมาได้สักที! วานนี้เลยเป็นอีกวันที่หุ้นโดนถล่มจนลงไปทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 15.10 บาท ก่อนจะตีกลับขึ้นมาปิดที่ 15.90 บาท ลบไป 0.20 บาท หรือลงไป 1.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 745 ล้านบาท ท่ามกลางค่า P/E 20 เท่า โดยกำไรถดถอยลงทุกปีแบบนี้..ควรอยู่เฉย ๆ ก่อนไหมตัวเอง!

*เหมือนกับในรายของ AUCT โดนพวกขาประจำขายทำกำไรอย่างหนักหน่วง จนราคาหุ้นลงมายืนอยู่ที่ 9.15 บาท ลบไป 0.70 บาท หรือลงไป 7.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 104 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นความเสี่ยงที่นักเล่นต้องถอยฉากออกมาด่วนจี๋ เพราะเมื่อเหลือบดูจากการเข้าเขตซื้อมากเกินไป และสัญญาณทางเทคนิคอยู่ในลักษณะโค้งตัวลง จึงกลายเป็นไฟต์บังคับที่บีบให้หุ้นต้องลงต่อพะยะค่ะ