ตลาดหุ้นเอเชียเขียวยกแผง! รับกระแส “เฟด” ลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% หลังตัวเลขศก.สหรัฐฯอ่อนแอ

ตลาดหุ้นเอเชียเขียวยกแผง! รับกระแส “เฟด” ลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% หลังตัวเลขศก.สหรัฐฯอ่อนแอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอตัว

โดยดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 21,494.48 จุด เพิ่มขึ้น 119.23 จุด, +0.56%

ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 25,848.73 จุด เพิ่มขึ้น 27.70 จุด, +0.11%

ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 10,986.01 จุด เพิ่มขึ้น 50.95 จุด, +0.47%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,029.37 จุด เพิ่มขึ้น 7.64 จุด, +0.38%

ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,107.10 จุด เพิ่มขึ้น 7.62 จุด, +0.25%

ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,560.46 จุด เพิ่มขึ้น 1.46 จุด, +0.09%

ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์เปิดวันนี้ที่ 7,706.77 จุด เพิ่มขึ้น 23.55 จุด, +0.31%

ด้านรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่เจรจาการค้าของจีนราว 30 คน นำโดยนายเหลียว หมิง รมช.คลังของจีน ได้เดินทางมายังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เมื่อวานนี้ เพื่อทำการเจรจาการค้าเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันเกี่ยวกับการบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี การขโมยสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา การตั้งกำแพงการค้าที่ไม่ใช่ภาษี รวมทั้งประเด็นในด้านการเกษตรและภาคบริการ และการบังคับใช้มาตรการต่างๆ ตามข้อตกลง

อย่างไรก็ดี การเจรจาของเจ้าหน้าที่การค้าจากทั้งสองฝ่ายเมื่อวานนี้เป็นไปอย่างตึงเครียด โดยไม่มีฝ่ายใดส่งสัญญาณการประนีประนอม

ส่วนการเจรจาระดับรัฐมนตรีระหว่างสหรัฐและจีนนั้น จะมีขึ้นในวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ ที่กรุงวอชิงตัน โดยนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะเป็นผู้นำคณะเจรจาการค้าของจีน ขณะที่ฝ่ายสหรัฐนำโดยนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR)

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 29-30 ต.ค.นี้ ขณะที่ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสราว 74.3% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ หลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอในภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐ รวมทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาดในเดือนก.ย.