“หุ้นเอเชีย” เปิดลบ วิตกตะวันออกกลางระอุ-จับตา “ออสเตรเลีย” ขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดลบตามดาวโจนส์ วิตกตะวันออกกลางเดือด หลังอิหร่านโจมตี UAE และสหรัฐฯ จมเรืออิหร่าน ด้านทรัมป์ขู่กวาดล้างอิหร่าน ขณะที่นักลงทุนจับตาธนาคารกลางออสเตรเลียเตรียมขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายในแดนลบเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (5 พ.ค.) โดยปรับตัวลดลงตามทิศทางของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ร่วงลงกว่า 500 จุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (4 พ.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ภายหลังมีรายงานข่าวว่าประเทศอิหร่านได้ปฏิบัติการโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ตลอดจนเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

สำหรับความเคลื่อนไหวของดัชนีสำคัญ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดตลาดที่ระดับ 25,945.75 จุด ปรับตัวลดลง 150.13 จุด หรือลดลง 0.58% ขณะที่ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลดลง 0.7% ในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นหลายแห่งในภูมิภาคเอเชียปิดทำการในวันนี้ ได้แก่ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ปิดทำการเนื่องในวันอธิปไตยแห่งชาติและวันเด็ก ส่วนตลาดหุ้นจีนปิดทำการเนื่องในวันแรงงาน

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างเฝ้าจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างใกล้ชิด หลังจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถูกโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่าน ในขณะเดียวกันทางการสหรัฐอเมริการะบุว่าได้ทำการจมเรือของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซแล้ว

ทางด้าน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวเตือนระหว่างการให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ Fox News ว่า อิหร่านจะถูกกวาดล้างอย่างสิ้นซาก หากมีเป้าหมายโจมตีเรือของสหรัฐอเมริกาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า มีเรือบรรทุกสินค้าของเกาหลีใต้ลำหนึ่งประสบเหตุเพลิงไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมกล่าวเสริมว่า “บางทีอาจถึงเวลาแล้วที่เกาหลีใต้ควรจะเข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจนี้!”

นอกเหนือจากประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์แล้ว นักลงทุนยังคงจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางออสเตรเลียในวันนี้ โดยตลาดมีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ในการประชุมรอบนี้ และยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนกันยายน เนื่องจากแรงกดดันด้านอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Back to top button