เชียร์หุ้นรอง

*หลังจากเม้าท์เรื่องหุ้นของคนมีกะตังค์ไปเยอะแยะพอสมควร เดี๊ยนเลยถือโอกาสนี้เม้าท์ถึงหุ้นรองที่ไม่ค่อยเป็นข่าวสักเท่าไหร่ดีกว่า เพราะมีหลายแง่มุมที่น่าจะทำให้ราคาหุ้นทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงอีกครั้ง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้พวกเบี้ยน้อยหอยน้อยได้ลิ้มลองของแปลกใหม่ในชีวิต จึงขอโฟกัสไปที่หุ้นเหล่านั้นมากเป็นพิเศษ เพื่อทำให้ภาพของการเล่นเที่ยวนี้ชัดขึ้นกว่าเดิมนะจ๊ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*หลังจากเม้าท์เรื่องหุ้นของคนมีกะตังค์ไปเยอะแยะพอสมควร เดี๊ยนเลยถือโอกาสนี้เม้าท์ถึงหุ้นรองที่ไม่ค่อยเป็นข่าวสักเท่าไหร่ดีกว่า เพราะมีหลายแง่มุมที่น่าจะทำให้ราคาหุ้นทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงอีกครั้ง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้พวกเบี้ยน้อยหอยน้อยได้ลิ้มลองของแปลกใหม่ในชีวิต จึงขอโฟกัสไปที่หุ้นเหล่านั้นมากเป็นพิเศษ เพื่อทำให้ภาพของการเล่นเที่ยวนี้ชัดขึ้นกว่าเดิมนะจ๊ะ

*เนื่องจากการวิ่งขึ้นของดัชนีมาปิดที่ระดับ 1,626 จุด บวกไป 18.50 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.16 หมื่นล้านบาท ล้วนเกิดจากอิทธิพลตลาดหุ้นต่างประเทศเป็นหลัก “โมนิก้า” ถึงสงสัยเหลือเกินว่า การยืนระยะเที่ยวนี้จะยาวนานขนาดไหน? เพราะปรากฏการณ์ที่เห็นเต็มสองลูกตาในช่วงที่ผ่านมา มักออกไปในลักษณะ “ขึ้นหนึ่งวัน ลงสองวัน” ดัชนีถึงแกว่งตัวต่ำเรียดพื้นบริเวณ 1,600 จุดเป็นประจำไงล่ะคะ

*ตรงจุดนี้ทำให้หุ้นบลูชิพที่ทำผลงานได้เข้าตากรรมการมากสุด กลายเป็นหุ้นแกนหลักที่นักเล่นกลุ่มสถาบันกระโจนใส่ไม่ยั้ง ขณะเดียวกันหากหุ้นบลูชิพทำผลงานไม่เอาอ่าว มักกลายเป็นหุ้นที่โดนถล่มยับเยินอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นทำตัวพลิ้วไหวไปตามกระแสตลาดหุ้น เพราะช็อตนี้เป็นจังหวะของการหาเงินเข้ากระเป๋าช่วงสั้น ๆ จึงไม่มีเวลาลังเลใจอะไรทั้งสิ้นเจ้าค่ะ

*เหมือนกับการเคาะขวารัว ๆ ที่เกิดขึ้นกับหุ้น JMART จนราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 9.05 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 4.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 67 ล้านบาท พร้อมกับแสดงให้เห็นวงรอบของหุ้นเคลื่อนตัวไปมาที่ระดับ 8.40-9.90 บาท “โมนิก้า” มองเป็นจังหวะของการรอประกาศงบไตรมาส 3 ต่อจากนั้นราคาหุ้นจะวิ่งรับข่าวด้วยการขึ้นไปสร้างฐานใหม่ที่สูงกว่าเดิม ก่อนทะยานขึ้นไปหาด่านทดสอบต่อไปที่บริเวณ 15 บาทนะจ๊ะ

*ประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงกับหุ้นลูก JMT วิ่งปรู๊ดปร๊าดขึ้นมาปิดที่ 18.90 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 3.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 150 ล้านบาท “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นช็อตที่ทำให้เชื่อว่า หุ้นจะวิ่งขึ้นไปหายอดเก่าบริเวณ 19.60 บาทอย่างแน่นอน ส่วนขึ้นไปถึงแล้วจะเป็นอย่างไร? คงต้องติดตามดูกันไปเรื่อย ๆ เพราะเดี๊ยนไม่แน่ใจว่า บรรยากาศการลงทุนจะเอื้อให้หุ้นวิ่งขนาดไหนน่ะซี

*คล้ายกับหุ้นยางพารา NER รู้ทั้งรู้ว่ากำไรสวยสดงดงามกว่าที่ผ่านมา แถมบริษัทปิดการขายถึงไตรมาส 1 ปี 2563 เป็นที่เรียบร้อย แต่ราคาหุ้นกลับไม่ตอบรับเรื่องดังกล่าวสักเท่าไหร่ “โมนิก้า” ถึงไม่สามารถมองข้ามหุ้นตัวนี้ไปได้เลย และถ้ามองดูจากโรงไฟฟ้าชุมชนที่กำลังปั้นให้เป็นรูปเป็นร่าง เดี๊ยนถึงมองราคาปิดที่ 2.54 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 16 ล้านบาท ยังเป็นระดับที่เล่นได้สบาย ๆ นะคะ

*เช่นเดียวกับในรายของ TEAMG ทุกคนรู้ดีว่า นี่คือบริษัทที่ปรึกษาโครงการอันดับ 1 ของประเทศไทย โปรเจกต์ใหญ่ ๆ บริษัทนี้กวาดเรียบเข้ามาอยู่ในพอร์ตหมดแล้ว และถ้ามองไปในอนาคตจะเห็นว่า ก็คงได้งานเข้ามาเรื่อย ๆ “โมนิก้า” ถึงแปลกใจเหลือเกินที่วันนี้หุ้นยืนอยู่แค่ระดับ 2.28 บาท บวกไป 0.02 บาท ท่ามกลางวอลุ่มที่แห้งเหือดได้อย่างไร เพราะอย่างน้อย ๆ หุ้นควรจะขึ้นไปอยู่ในระดับ 2 เท่าบุ๊กที่บริเวณ 2.70 บาทพะยะค่ะ

*เม้าท์ถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทั้งทีต้องหันมาดู UAC เพื่อเสนอเป็นทางเลือกให้กับนักเล่นที่กำลังมองหุ้น “จิ๋วแต่แจ๋ว” แถมเมื่อมองดูจากหลายอย่างที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผสมโรงกับโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนที่มีอยู่หลายโครงการ “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นจังหวะที่หุ้นรอวันกลับมาอย่างเป็นทางการ แถมเมื่อมองดูจากราคาหุ้นในกระดานที่ระดับ 2.98 บาท เทียบกับมูลค่าทางบัญชีที่ระดับ 1.99 บาท (คิดเป็น 1.50 เท่าบุ๊ก) มันน่าเล่นจริง ๆ นะจ๊ะ

*ประเด็นนี้สอดรับกับหุ้นน้องใหม่ INSET แบบเต็ม ๆ เพราะมองดูจากตัวเลขกำไรปี 2562 ประเมินไว้ที่ระดับ 120 ล้านบาท “โมนิก้า” ย่อมมองการวิ่งขึ้นมาปิดที่ 2.68 บาท บวกไป 0.04 บาท หรือขึ้นไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 72 ล้านบาท น่าจะเป็นจังหวะของการ follow buy แบบชิว ๆ เพราะราคาหุ้นในกระดานต่ำกว่าราคาเป้าที่เกจิอาจารย์ดังให้ไว้ตั้งเยอะ จึงต้องกระโจนใส่กันอีกวันพะยะค่ะ

*พูดถึงเรื่องเชียร์หุ้นรองขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” อยากเม้าท์ถึงหุ้นน้องใหม่ RBF ที่กำลังจะขาย IPO ภายในสัปดาห์นี้สักนิดหนึ่ง หลังพรายกระซิบเม้าท์มอยให้ฟังว่า ราคาขาย 3.30 บาทต่อหุ้น มีอัพไซด์ให้เยอะ (พี/อี 22 เท่า) ขณะเดียวกันธุรกิจก็มีดาวน์ไซด์ต่ำ เพราะลูกค้าหลักที่ซื้อสินค้าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งนั้น ไล่เรียงตั้งแต่ โอสถสภา คาราบาวแดง ลิโพ ฯลฯ ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารและเบเกอรี่ ก็มีตั้งแต่ระดับ 5 ดาว จนถึงบริษัทไม่มีดาว ล้วนเป็นลูกค้าแทบทั้งสิ้น แถมเม็ดเงินระดมทุนถูกนำมาขยายการผลิตด้วยแล้ว กำไรปีหน้ากระฉูดแน่นอน “เฮีย ค.” บอกไว้..อิอิอิ