“บัวหลวง” จัดหนักอัพเป้า GULF พุ่งแตะ 200 บ. รับโปรเจคยักษ์รฟฟ.เวียดนาม

"บัวหลวง" จัดหนักอัพเป้า GULF พุ่งแตะ 200 บ. รับโปรเจคยักษ์รฟฟ.เวียดนาม

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด หรือ บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ว่า จากกรณีที่ GULF ลงนามบันทึกความร่วมมือกับรัฐบาลเวียดนามเพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาด 6,000 เมกะวัตต์ ที่ตำบลกาน้า ซึ่งทาง บล. บัวหลวงคาดว่าข้อตกลงและการเซ็นสัญญาจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ โดย GULF จะถือส่วนแบ่งในการลงทุนครั้งนี้ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นอย่างน้อย ดังนั้น ทาง บล. บัวหลวงจึงนำกำลังการผลิตจำนวน 3,000 เมกะวัตต์ มาคำนวนในการประเมินครั้งนี้ จึงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น GULF และยังปรับราคาเป้าหมายปี 2563 ขึ้นเป็น 200 บาทต่อหุ้น

ทั้งนี้ทาง GULF ได้ลงนามร่วมกับประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดนิ่งห์ถ่วน ประเทศเวียดนามเพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาด 6,000 เมกะวัตต์ รวมไปถึงสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวที่สามารถรองรับการแปลงสภาพก๊าซธรรมชาติได้ถึง 6 ล้านตัน/ปี ซึ่งจะตั้งอยู่ที่จังหวัดนิ่งห์ถ่วนภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม

โดยจากข้อเสนอในโปรเจคนี้ สถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวจะทั้งหมดมี 4 ยูนิต แบ่งเป็นยูนิตละ 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในปี 2568, 2569, 2570 และ 2571 ตามลำดับ ทางด้านสัญญาซื้อขายไฟฟ้า GULF คาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ในปี 2563 โดยการลงทุนในโปรเจคนี้อยู่ที่ 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตามกระทรวงอุตสาหกรรม และการค้าระบุว่า ประเทศเวียดนามจะมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนไฟฟ้าอย่างหนักตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าอุปสงค์ของการใช้ไฟฟ้าจะเกินกว่าที่ประเทศจะผลิตได้ (คาดว่าในปี 2564 จะผลิตได้ 6.6 พันล้าน กิโลวัตต์ชั่วโมง และ 1.5 หมื่นล้าน กิโลวัตต์ชั่วโมง ในปี 2566)

ดังนั้นปัจจัยนี้จะส่งผลลบต่อ GDP ของเวียดนาม จึงทำให้ทางรัฐบาลต้องรีบให้สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับโปรเจคใหม่ๆ โดยใน PDP VII ของเวียดนามนั้นระบุว่าจะเพิ่มโรงงานพลังงานความร้อนร่วมจำนวนรวม 6,000 เมกะวัตต์ในปี 2564-2568 และอีก 4,000 เมกะวัตต์ ในปี 2569-2573

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ทาง บล.บัวหลวงเชื่อว่า GULF จะถือสัดส่วนอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง (3,000 เมกะวัตต์) ในโปรเจคนี้ และด้วยผลงานการลงทุนที่ผ่านมาของ GULF ในเวียดนาม จึงทำให้มีโอกาสที่จะคว้างานไปทั้งหมดที่ 6,000 เมกะวัตต์ด้วยเช่นกัน จึงทำให้ บล.บัวหลวง ปรับราคาเป้าหมายปี 2563 ขึ้นเป็น 200 บาท/หุ้น โดยคิดในอัตราสัดส่วนที่ GULF จะถือหุ้นในการลงทุนครั้งนี้ครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าหาก GULF สามารถคว้างานได้ทั้งหมด จะทำให้มีราคาต่อหุ้นเพิ่มมาอีก 57 บาท/หุ้น

อนึ่ง เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2562 นายเหงียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ พร้อมสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว กำลังการผลิตรวม 9,000 เมกะวัตต์ กับ 2 บริษัทไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของไทย

โดยประกอบด้วย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ขนาดกำลังการผลิต 6,000 เมกะวัตต์ มีนางพรทิพา ชินเวชกิจวานิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ GULF และนายลู ซวน วิ้งค์ ประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดนิ่งห์ถ่วน ประเทศเวียดนาม เป็นผู้ร่วมลงนามฯ และบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ขนาดกำลังผลิต 3,000 เมกะวัตต์ มี ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานคณะกรรมการ, นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BGRIM และ Mr. Ho Cong Ky-Chairman และMr. Le Nhu Linh – President & CEO Petrovietnam Power Corporation ร่วมลงนามสัญญา

คำค้น