
“เงินเฟ้อไทย” พ.ค. พุ่ง 2.79% น้ำมัน-อาหารสำเร็จรูป กดดันค่าครองชีพ
สนค. เผย “เงินเฟ้อไทย” เดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 2.79% ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน แต่ราคาน้ำมัน ค่าโดยสาร และอาหารสำเร็จรูปยังเป็นปัจจัยกดดันค่าครองชีพ พร้อมคาดเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนยังเป็นบวกต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า วันนี้ (5 มิ.ย.69) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ของไทยเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 103.20 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลงเล็กน้อยจาก 2.89% ในเดือนเมษายน
น้ำมัน-ค่าโดยสาร-อาหารสำเร็จรูป ยังกดดันเงินเฟ้อ
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง มาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง การปิดช่องแคบฮอร์มุซ และความไม่แน่นอนของการเจรจายุติสงคราม ส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางและค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปยังปรับเพิ่มขึ้นจากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย ขณะที่ราคาผักสดหลายรายการยังสูงกว่าปีก่อน จากฐานราคาที่อยู่ในระดับต่ำในช่วงเดียวกันของปี 2568
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน อัตราเงินเฟ้อชะลอลงเล็กน้อย เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงจากเดือนก่อน รวมถึงราคาผักสดและเนื้อสัตว์ที่ปรับลดลงตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในตลาด ส่งผลให้แรงกดดันด้านราคาบางส่วนคลี่คลายลง
เงินเฟ้อพื้นฐานเร่งตัว สะท้อนแรงกดดันราคายังอยู่
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งหักหมวดอาหารสดและพลังงานออก อยู่ที่ 0.92% เพิ่มขึ้นจาก 0.83% ในเดือนเมษายน สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคายังคงอยู่ในระบบเศรษฐกิจ
ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน ปรับเพิ่มขึ้น 0.17% จากการปรับขึ้นของราคาอาหารสำเร็จรูป ข้าวสารเจ้า และอาหารประเภทเดลิเวอรี หลังผู้ประกอบการทยอยส่งผ่านต้นทุนมายังราคาจำหน่าย
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 5 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-พฤษภาคม) เพิ่มขึ้น 0.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
จับตาอาหารสำเร็จรูป ส่งผ่านต้นทุนต่อเนื่อง
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สินค้าที่ต้องจับตาเป็นพิเศษในช่วงต่อจากนี้ คือ กลุ่มอาหารสำเร็จรูป เนื่องจากเป็นสินค้าที่เริ่มมีการส่งผ่านต้นทุนจากผู้ประกอบการไปยังผู้บริโภคมากขึ้น
“อาหารสำเร็จรูปเมื่อปรับราคาสูงขึ้นแล้ว มักจะปรับลดลงได้ยาก ส่งผลให้ค่าครองชีพในหมวดดังกล่าวมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง”
จากการสำรวจราคาอาหารจานเดียว 7 เมนู ประกอบด้วย ข้าวผัด, ผัดซีอิ๊ว/ราดหน้า, ข้าวหมูแดง, ข้าวมันไก่, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว และข้าวราดผัดกะเพรา จำนวน 1,525 รายการ พบว่ามีการปรับราคาขึ้น 316 รายการ หรือ 20.72% ของทั้งหมด โดยส่วนใหญ่ปรับขึ้น 5-10 บาท สะท้อนการทยอยส่งผ่านต้นทุนในภาคบริการอาหาร

คาด มิ.ย. ยังเป็นบวก จับตาพลังงาน-กำลังซื้อครึ่งปีหลัง
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนยังคาดว่าจะเป็นบวกต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง การทยอยส่งผ่านต้นทุนมายังราคาอาหารสำเร็จรูป ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง และราคาผักสดที่ยังสูงกว่าปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ได้แก่ ค่าไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ที่ยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และราคาเนื้อสัตว์ที่มีแนวโน้มปรับลดลงจากปริมาณผลผลิตที่เพียงพอ
ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4 ของปี 2569 อาจเร่งตัวขึ้นแตะระดับ 5-5.2% นั้น นายนันทพงษ์ กล่าวว่า มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับปัจจัยที่ สนค. ติดตามอยู่ โดยตัวแปรสำคัญยังคงเป็นเรื่องของราคาพลังงาน หากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยืดเยื้อและส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ก็มีโอกาสเห็นเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นได้ และหากความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น ก็อาจเข้าสู่ Scenario 3 ซึ่งมีโอกาสเห็นอัตราเงินเฟ้อขยับขึ้นสู่ระดับ 4-5% ได้เช่นเดียวกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากทิศทางราคาพลังงานแล้ว ยังรวมถึงผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนในระดับที่ดี และเริ่มสะท้อนผ่านพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ จากการสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภค พบว่า ความกังวลของประชาชนได้เปลี่ยนจากประเด็นราคาน้ำมันในช่วงก่อนหน้า มาเป็นเรื่องภาวะเศรษฐกิจและรายได้ในกระเป๋ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม มาตรการของภาครัฐยังมีส่วนช่วยสนับสนุนกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้ในระดับหนึ่ง

พณ. ยังไม่เห็นความเสี่ยง “Stagflation”
สำหรับความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อสูง หรือ Stagflation นั้น นายนันทพงษ์ กล่าวว่า โอกาสการเกิดภาวะดังกล่าวในไทยยังไม่สูง เนื่องจากภาคการส่งออกยังขยายตัว ขณะที่การลงทุนและการจ้างงานยังอยู่ในระดับที่ดี อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลของมาตรการภาครัฐที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ไว้ที่ 1.5-2.5% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 2.0%

