LPN คอนโดฯทรุด.!?

ดูไม่จืดเอาซะเลย..! เมื่อบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN ประกาศงบไตรมาส 3/62 ออกมากำไรสุทธิเหลือแค่ 115 ล้านบาท ลดลง 60.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 292 ล้านบาท

สำนักข่าวรัชดา

ดูไม่จืดเอาซะเลย..! เมื่อบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN ประกาศงบไตรมาส 3/62 ออกมากำไรสุทธิเหลือแค่ 115 ล้านบาท ลดลง 60.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 292 ล้านบาท

ขณะที่รายได้การขายอสังหาริมทรัพย์ เหลือแค่ 1,090 ล้านบาท ลดลง 45.81% จากช่วงเดียวของปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,013 ล้านบาท

แถมถ้าเจาะดูไส้ในจะยิ่งตกใจ..เมื่อเห็นตัวเลขยอดขายคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นรายได้หลักของ LPN ลดฮวบ 68.98% เหลือแค่ 561 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 1,809 ล้านบาท

เป็นการลดลงสองไตรมาสติด โดยไตรมาส 2/62 ยอดขายคอนโดฯ ก็ลดลง 60.02% เหลือแค่ 701 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 1,754 ล้านบาท

เห็นอย่างนี้ คงต้องบอกว่า  LPN คอนโดฯ ทรุดแล้วจริง ๆ…

ถ้าจะถามหาตัวการ…มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ทำให้ตลาดอสังหาฯ ชะลอตัว อาจถูกตราหน้าว่าทำให้งบ LPN ออกมาไม่สวย…ซึ่งนั่นอาจถูกแค่บางส่วน

แต่ปัจจัยหลักน่าจะมาจากกำลังซื้อตลาดระดับกลางและล่างที่ LPN ยึดหัวหาดลดลงมากกว่า จึงทำให้ยอดขายคอนโดฯ ลดฮวบอย่างที่เห็น…

บวกกับคอนโดฯ LPN ไม่ได้ตั้งอยู่ทำเลทองเหมือนในอดีต ซึ่งย้อนไป 3-4 ปีก่อน เปิดขายคอนโดฯ ทำเลในเมือง แป๊บเดียวก็ขายหมด

แต่ปัจจุบันราคาที่ดินแพงขึ้น ถ้าสร้างคอนโดฯ ทำเลในเมือง เพื่อเจาะตลาดระดับกลางและล่างอาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จึงเห็นคอนโดฯ ของ LPN อยู่รอบเมืองมากขึ้น

ซึ่งนั่นหมายถึงแรงจูงใจซื้อก็ต่ำลงด้วย…

แม้ช่วงที่ผ่านมาตลาดบ้านจะโตดี โดยไตรมาส 3/62 ยอดขายบ้านพุ่งมาอยู่ที่ 529 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 159.50% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มียอดขายบ้านแค่ 204 ล้านบาท

แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะเข้ามาชดเชยตลาดคอนโดฯ ที่หายไปได้…

ก็น่าจับตาหุ้นอสังหาฯ ตัวอื่นที่มีสัดส่วนคอนโดฯ เยอะเหมือน LPN สถานการณ์จะไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่..?

ขณะที่โจทย์ของ LPN นั้น ต้องเร่งหา Recurring Income ให้มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ

สิ่งสำคัญจะได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน  หลังจากก่อนหน้านี้เกิดความกังวลจึงพากันเทขายหุ้นออกมาต่อเนื่อง จนทำให้ราคาไหลรูดมายืนที่ระดับ 4-5 บาท มาพักใหญ่ ๆ

เพราะขืนปล่อยไว้อย่างนี้คงไม่ดีแน่ ๆ

คนที่ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นผู้ถือหุ้นรายย่อย 19,653 ราย ที่เงินจมอยู่กับหุ้นตัวนี้

แต่ถ้าโลกสวยหน่อย…ก็ถือซะว่า นี่เป็นการลงทุนระยะยาว ก็พอกล้อมแกล้ม เพราะปัจจุบันถือว่ายีลด์สูงมาก เงินปันผลปาเข้าไป 12.58% แล้ว

…จะได้สบายใจ

..อิ อิ อิ…