BJCHI พลิกกำไร      

BJCHI มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง เนื่องจากมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ในระดับต่ำเพียง 0.21 เท่า เป็นการยอกย้ำถึงสถานะการเงินของบริษัทที่มีความแข็งแกร่ง

คุณค่าบริษัท

แนวโน้มช่วงไตรมาส 4 ปี 2562 ของ บริษัท บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ BJCHI จะฟื้นตัวต่อเนื่องแต่อาจเติบได้เล็กน้อย เพราะทางบริษัทเหลือ Backlog ณ สิ้นไตรมาส 3/2562 ประมาณ 3,500 ล้านบาท แต่จากงานใหม่ 3,000 ล้านบาทที่เพิ่งประกาศในเดือน ส.ค.2562 ยังเป็นช่วงแรกของการเริ่มต้นทำให้การรับรู้รายได้ยังไม่เต็มที่มากนัก แต่จะทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 2564

ถึงอย่างไรทางนักวิเคราะห์ยังคงประเมินกำไรไตรมาส 4 ปี 2562 จะฟื้นตัวดีขึ้นประมาณ 40-50 ล้านบาท

ส่วนปี 2563 คาดว่าจะมีการฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ประเมินรายได้ 2,750 ล้านบาท โต 19% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และสามารถทำกำไรราว 268 ล้านบาท โต 281% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

เนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างรอผลการประมูลงานใหม่มูลค่าเกือบ 15,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถทราบผลการประมูลบางโครงการในช่วงไตรมาส 1/2563 โดยเฉพาะโครงการในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่ประเทศออสเตรเลียที่ปัจจุบันผู้พัฒนาโครงการกำลังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ผลประกอบการของบริษัทจะกลับมาเติบโตแข็งแกร่ง

ขณะเดียวกันผลการดำเนินงานไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2562  บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 421.70 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 177.71 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทพลิกมีกำไรสุทธิ 6.25 ล้านบาท หรือ 0.00 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 60.19 ล้านบาท หรือ 0.04 บาทต่อหุ้น ปรับตัวดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหลังจากที่บริษัทรับรู้รายได้จากโครงการที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานที่ดีขึ้น

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2562  บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,603.29 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 787.70 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทพลิกมีกำไร 21.63 ล้านบาท หรือ 0.01 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 159.78 ล้านบาท หรือ 0.10 บาทต่อหุ้น

ภาพรวมทำให้เชื่อว่า BJCHI จะมีแนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิจากปีก่อนขาดทุนสุทธิ 231 ล้านบาทอย่างแน่นอน

ที่สำคัญ BJCHI มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง เนื่องจากมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ในระดับต่ำเพียง 0.21 เท่า เป็นการยอกย้ำถึงสถานะการเงินของบริษัทที่มีความแข็งแกร่ง

ในขณะที่ทางนักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 2.50 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. MR.YOUNG JUN LEE 452,700,000 หุ้น 28.29%
  2. MR.SEUNGWOO LEE 452,500,000 หุ้น 28.28%
  3. MR.KYUYOUNG LEE 270,076,200 หุ้น 16.88%
  4. MRS.JUM JA YANG 15,750,000 หุ้น 0.98%
  5. นายสมชาย ปัดภัย 14,480,000 หุ้น 0.91%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายบุญช่วย ก่อกิจโรจน์ ประธานกรรมการบริษัท
  2. นายคิล ยัง ลี ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการ
  3. นายหยัง เจิน ลี กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
  4. นายเซิง วู ลี กรรมการ
  5. นางจันทร์จิรา สมัครไทย กรรมการ