SCC รุกคืบอินโดนีเซีย

น่าสนใจ..! กรณีบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจเซรามิกในประเทศอินโดนีเซีย โดยเป็นการปรับโครงสร้างภายในของ PT Keramika Indonesia Assosiasi Tbk (KIA) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCC ด้วยการยกเลิกกิจการ PT KIA Sepih Mas (KSM) บริษัทย่อยของ KIA ซึ่งตั้งอยู่ในเขต Cileungsi และเมือง Karawang จังหวัดชวาตะวันตก เพื่อรวมศูนย์การผลิตให้เกิดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำนักข่าวรัชดา

น่าสนใจ..! กรณีบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจเซรามิกในประเทศอินโดนีเซีย โดยเป็นการปรับโครงสร้างภายในของ PT Keramika Indonesia Assosiasi Tbk (KIA) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCC ด้วยการยกเลิกกิจการ PT KIA Sepih Mas (KSM) บริษัทย่อยของ KIA ซึ่งตั้งอยู่ในเขต Cileungsi และเมือง Karawang จังหวัดชวาตะวันตก เพื่อรวมศูนย์การผลิตให้เกิดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การปรับโครงสร้างธุรกิจเซรามิกในประเทศอินโดนีเซียในครั้งนี้ ถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการปูทางเพื่อบุกตลาดอินโดนีเซียอย่างเต็มรูปแบบของ SCC หรือไม่..?

หลังจากก่อนหน้านี้ SCC เปิดเกมรุกธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งในอินโดนีเซีย ด้วยการส่งบริษัทลูก บริษัท เอสซีจี รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด เข้าซื้อหุ้น PT Catur Sentosa Adiprana Tbk (CSA) สัดส่วน 29% มูลค่า 1,035,000 ล้านรูเปีย หรือประมาณ 2,400 ล้านบาท

การเข้าถือหุ้น CSA ของ SCC ในครั้งนั้น นอกจากเป็นการแสวงหาโอกาสการลงทุนในตลาดต่างประเทศแล้ว ยังถูกมองว่าเป็นการเตรียมความพร้อมด้านช่องทางจัดจำหน่าย…

เนื่องจาก CSA ซึ่งประกอบธุรกิจร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง ภายใต้ 2 แบรนด์หลัก คือ MITRA10 เป็นร้านค้าปลีกอุปกรณ์ซ่อมแซมและวัสดุก่อสร้าง ลักษณะเดียวกับ GLOBAL ในเมืองไทย มีทั้งหมด 27 สาขา กระจายตามเมืองหลักส่วนใหญ่ของประเทศ

และ ATRIA เป็นร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน อาทิ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ลักษณะเดียวกับ HMPRO ในเมืองไทยนั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจกระจายสินค้าที่มีเครือข่ายร้านค้าปลีกสำหรับสินค้าวัสดุก่อสร้างมากกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็น 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ คือ สินค้าวัสดุก่อสร้าง สินค้าเคมีภัณฑ์ และสินค้าอุปโภคบริโภคอีกด้วย

นั่นเท่ากับว่า หลังจากปูทางเรื่องช่องทางการจัดจำหน่ายในอินโดนีเซียแล้ว สเต็ปต่อไปที่ SCC ต้องทำ ก็คือการเติมเต็มในเรื่องโปรดักส์…

จึงเริ่มเห็นการปรับโครงสร้างธุรกิจเซรามิกในอินโดนีเซีย เพื่อขยายฐานการผลิตป้อนให้กับแชนเนลต่าง ๆ ที่มี ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนหนึ่งเพื่อขายในอินโดนีเซีย อีกส่วนก็ส่งมาขายในเมืองไทย…

เอ๊ะ..! หรือจะเป็นไปได้มั้ยที่ SCC กำลังวางยุทธศาสตร์เตรียมปัดกวาดให้อินโดนีเซียเป็นบ้านหลังที่สอง..?

อย่าลืมว่า SCC เข้าสู่ยุคถดถอยมาพักใหญ่แล้ว หลังจากสองธุรกิจหลักที่เคยเป็นตัวชูโรง อย่างธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจปูนซีเมนต์ยอดขายตกต่ำ ดังนั้นหากไม่ทำอะไรสักอย่าง ผลงานที่แย่อยู่แล้ว อาจแย่ลงได้อีก…

การเบนเข็มไปที่อินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรมากกว่า 200 ล้านคน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีในเวลานี้…

ดังนั้น นอกจากรุกธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งในอินโดนีเซียแล้ว ไม่แน่ในอนาคตอาจได้เห็นโรงปูนของ SCC ที่อินโดนีเซียก็ได้ อย่างน้อย ๆ ต้นทุนก็น่าจะถูกกว่าบ้านเรา ซึ่งคงช่วยเซฟค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อย…

ก็น่าจับตาว่า การเดินเกมบุกตลาดอินโดนีเซียของ SCC จะซักเซสมากน้อยแค่ไหน..?

เพียงพอที่จะช่วยหยุดยั้งวิกฤติศรัทธาของนักลงทุนก่อนหน้านี้ได้มั้ย..?

…อิ อิ อิ…