ตั้งฐานใหม่ ?

*วันนี้ “โมนิก้า” มาจั่วหัวในลักษณะตั้งคำถามเพื่อทำให้นักเล่นได้ไปขบคิดเป็นการบ้านว่า การทะยานขึ้นมาปิดที่ 1,563.85 จุด บวกไป 12.03 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.67 หมื่นล้านบาท ทั้งที่วันก่อนเพิ่งแสดงอาการง่อยเปลี้ยเพลียแรงอย่างน่าเจ็บใจนั้น มันเป็นเรื่องที่นักเล่นต้องกำหนดโพซิชั่นให้ชัดเจนอีกครั้ง อย่าหลงเข้าไปเล่นเกมของคนอื่นเหมือนเที่ยวก่อนเป็นอันขาด เพราะแรงซื้อยังกระท่อนกระแท่นเกินไปเจ้าค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*วันนี้ “โมนิก้า” มาจั่วหัวในลักษณะตั้งคำถามเพื่อทำให้นักเล่นได้ไปขบคิดเป็นการบ้านว่า การทะยานขึ้นมาปิดที่ 1,563.85 จุด บวกไป 12.03 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.67 หมื่นล้านบาท ทั้งที่วันก่อนเพิ่งแสดงอาการง่อยเปลี้ยเพลียแรงอย่างน่าเจ็บใจนั้น มันเป็นเรื่องที่นักเล่นต้องกำหนดโพซิชั่นให้ชัดเจนอีกครั้ง อย่าหลงเข้าไปเล่นเกมของคนอื่นเหมือนเที่ยวก่อนเป็นอันขาด เพราะแรงซื้อยังกระท่อนกระแท่นเกินไปเจ้าค่ะ

*เนื่องจากตัวแปรของเรื่องราวทั้งหมดจาก “วันก่อน” กับ “วันนี้” ไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ “โมนิก้า” ถึงมองการเข้าซื้อหุ้นเที่ยวนี้จะยาวนานขนาดไหน ? ผนวกกับอาการวิ่งขึ้นแรงของหุ้นส่วนใหญ่ยังเป็นลักษณะ “รีบาวด์” มากกว่า “แรลลี่” จึงต้องดูการเล่นแบบวันต่อวันเพื่อความปลอดภัยของพอร์ต เพราะการจะฝ่าแนวต้านสำคัญขึ้นไปแต่ละสเต็ป มันกลายเป็นเรื่องไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อนไงล่ะคะ

*งานนี้ไม่ได้ข่มขู่ให้หวาดกลัว จนแฟนคลับไม่กล้าเคาะขวา เพราะเมื่อมองถึงเนื้อในของเรื่องราวที่เกิดขึ้นแบบละเอียด จะเห็นว่าวันนี้เหลือ “หุ้นน้ำดี อัพไซด์สูง” กี่ตัวกันแน่ ? รวมทั้งวันนี้ดัชนีจะฝ่าเส้นแนวต้าน 10 วันบริเวณ 1,572 จุดขึ้นไปได้ไหม ? และมีความเป็นไปได้ที่จะวิ่งทะลุเส้นแนวต้าน 25 วันที่บริเวณ 1,590 จุดหรือเปล่า ? “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่นักเล่นควรอ่านเกมให้ออกตั้งแต่ตอนนี้..เดี๋ยวจะหาว่าคนสวยไม่บอกนะคะ

*เหล่านี้เป็นเรื่องที่ชี้ให้เห็นว่าดัชนีกำลังใช้ความพยายามในการตั้งฐานใหม่ขึ้นมาอีกรอบ ซึ่งเที่ยวนี้มีจุดรับด้านล่างอยู่ที่บริเวณ 1,550 จุด ผสานกับสถาบันจัดอันดับของโลกมีการอัพเกรดมุมมองเชิงบวกต่อประเทศไทย จึงกลายเป็นแรงส่งที่ทำให้สถานการณ์ “ล่อแหลม” กลับมาดู “ดีขึ้น” ในพริบตา “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นค่อย ๆ คิดตามไปทีละสเต็ป เพื่อค้นหาคำตอบด้วยตนเองนะจะบอกให้

*เหมือนกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับแบงก์ตราดอกบัว BBL ถูกกระหน่ำเทขายตั้งแต่เช้าจรดเย็นแบบไม่ให้โงหัว ล้วนเกิดจากความกังวลในการใช้เงินกว่า 8 หมื่นล้านบาท เพื่อดำเนินการเข้าซื้อแบงก์อินโดฯ ซึ่งคนส่วนใหญ่มองเป็นลักษณะ “เตี้ยอุ้มค่อม” เพราะแวลูกลับมาที่แบงก์ตราดอกบัวแค่นิดหน่อย ผนวกกับทุกคนต่างรู้ดีว่า วันนี้แบงก์อยู่ลำบากมากขึ้นเรื่อย ๆ การขายหุ้นทิ้งเพื่อปิดความเสี่ยงถึงเป็นทางเลือกที่ดีสุด วานนี้ถึงเห็นหุ้นลงมายืนปิดที่ 161.50 บาท ลบไป 7.50 บาท หรือลงไป 4.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.44 พันล้านบาทไงเจ้าคะ

*ขนาดหุ้นแบงก์สีเขียว KBANK พยายามปิดความเสี่ยงในการปล่อยกู้ทุกช่องทาง และใช้เวลาที่มีอยู่ในการเคลียร์ลูกหนี้ให้ได้มากสุด ยังถูกเทขายเหมือนกับธนาคารกำลังจะเจอกับภาวะหนี้เสียก้อนใหญ่แบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นอาการขวัญหนีดีฝ่อของพวกนักเล่นกลุ่มสถาบัน หุ้นก็เลยไหลลงมาอีกวันแบบช่วยไม่ได้ ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 140 บาท ลบไป 2 บาท หรือลงไป 1.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.37 พันล้านบาท เดี๊ยนคงบอกได้แค่ว่า ไปรอช้อนแถวโลว์เดิมบริเวณ 133 บาทดีกว่ามั้ง!..อิอิอิ

*ส่วนรายของ EA “โมนิก้า” กลับมองเป็นหุ้นที่นักเล่นกระโจนใส่กันได้เลย เพราะสตอรี่เกี่ยวกับการปั๊มกำไรในปีหน้ามีเพียบ แถมราคาหุ้นก็เพิ่งผงกหัวขึ้นจากฐานที่ย่ำมาร่วมสัปดาห์ จึงมองราคาปิดที่ 44 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 2.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 585 ล้านบาท ยังมีแก๊ปให้เล่นอีกหลายบาท และถ้ามองแบบเบาะ ๆ เที่ยวนี้มีลุ้นวิ่งกลับไปแถว 46.25 บาทเป็นจุดแรกนะจะบอกให้

*เม้าท์ถึงหุ้นที่วิ่งกลับขึ้นมาอีกครั้ง (เล่นรอบ) “โมนิก้า” คงต้องใส่ชื่อของหุ้นตามเก็บหนี้ JMT เข้ามาอยู่ในการเคาะขวาครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เพราะการขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 22 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 7.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 166 ล้านบาท มันทำให้เดี๊ยนมีอาการกระสันอยากรู้ว่า หุ้นจะวิ่งขึ้นไปหายอดเก่าบริเวณ 23.30 บาทได้ไหม ? หลังพรายกระซิบเม้าท์มอยให้ฟังเยอะเหลือเกินว่า เที่ยวนี้ไม่ธรรมดานะจ๊ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ SCI กระชากขึ้นมาปิดที่ 1.71 บาท บวกไป 0.19 บาท หรือขึ้นไป 12.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 98 ล้านบาท โดยที่ “เฮียตูน” ประกาศกร้าวเสียงดังฟังชัดว่า ปี 2563 เทิร์นอะราวด์ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ “โมนิก้า” ให้ความสนใจขึ้นมาในทันที เพราะการกลับมาเที่ยวนี้น่าจะมีอะไรมากกว่าที่เห็นกันอยู่..ส่วนจะจริงเท็จขนาดไหน ? คงต้องให้ “เวลา” เป็นเครื่องพิสูจน์ หลังทำแฟนคลับอกหักมาหลายครั้งน่ะซี

*ก่อนจากขอเม้าท์ถึง “ชนันต์ ชาญชัยณรงค์” ซึ่งเข้ามาเป็นหัวเรือใหญ่ของกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน หรือ CMDF คนแรกของประเทศไทยในคราวนี้..ว่ากันว่า มาด้วยความครบเครื่องในเรื่องความสามารถทั้งในประเทศและต่างประเทศ แถมเป็นน้องสุดเลิฟของ “เฮียช้าง” แบบนี้..น่าติดตามดูผลงานเป็นอย่างยิ่งเจ้าค่ะ