
หลอกให้ตายใจ?
สิ่งที่ทำให้อีฉันสับสนมากขึ้นเรื่อย ๆ คงเป็นท่าทีของพ่อใหญ่ทรัมป์ที่นับวันจะบ้า ๆ บอ ๆ หนักขึ้นทุกวัน จึงทำให้สถานการณ์ทั่วโลกปั่นป่วนเป็นระยะ
สิ่งที่ทำให้อีฉันสับสนมากขึ้นเรื่อย ๆ คงเป็นท่าทีของพ่อใหญ่ทรัมป์ที่นับวันจะบ้า ๆ บอ ๆ หนักขึ้นทุกวัน จึงทำให้สถานการณ์ทั่วโลกปั่นป่วนเป็นระยะ และทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย จนนักลงทุนบางรายเริ่มถอดใจกับการลงทุน ซึ่งทำให้มูลค่าการซื้อขายในบางวันต่ำกว่าห้าหมื่นล้าน แต่ช่วงไหนที่สถานการณ์สงครามคลี่คลายลงเรื่อย ๆ มูลค่าการซื้อขายจะกลับมาหนาแน่นอีกครั้งนะคะ
นั้นหมายความว่า การที่ “สหรัฐฯ” กับ “อิหร่าน” ประกาศอย่างเป็นทางการหยุดยิงสองสัปดาห์ เพื่อเปิดโต๊ะเจรจาหาข้อยุติความขัดแย้ง คือสตอรี่หลักที่ทำให้หุ้นไทยพุ่งมาปิดที่ระดับ 1,485.03 จุด บวกไป 20.60 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.69 หมื่นล้านบาท โดยไม่สนใจเรื่องสภาพเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว แถมนักเศรษฐศาสตร์เริ่มปรับลดจีดีพีไทยปีนี้เหลือแค่ 1.2-1.6 แบบนี้..ยืนระยะไหวเหรอจ๊ะ
ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” มั่นใจเหลือเกินว่า การขึ้นเที่ยวนี้เป็นแค่การเล่นเก็งกำไรตามตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยไม่คำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจในประเทศจะเป็นเช่นไร? ซึ่งสังเกตได้จากการขยับตัวของหุ้น CPALL ก่อนจะยืนปิดที่ระดับ47.25 บาท บวกไป 2 บาท หรือขึ้นไป 4.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.34 พันล้านบาท ก็เป็นภาพที่ย้อนแย้งกับก่อนหน้านี้ที่กังวลกันว่า กำลังซื้อที่ลดลงจะกระทบกำไรของบริษัทนะนายจ๋า!
เหมือนกับในรายของ BH ก็พุ่งพรวดขึ้นมาปิดที่ระดับ 173.50 บาท บวกไป 8.50 บาท หรือขึ้นไป 5.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.90 พันล้านบาท น่าจะเกิดจากความเชื่อที่ว่า คนไข้ที่บินมาจากตะวันออกกลางจะกลับมาเป็นปกติ แต่ความจริงจะเป็นเหมือนที่เชื่อกันหรือเปล่า? ก็ต้องดูกันไปต่อเรื่อย ๆ เพราะภาพที่เห็นในวันนี้คือ ราคาหุ้นยังวนเวียนในกรอบ 160-180 บาท จึงต้องวางแผนเล่นให้ดี ๆ นะคะ
ขนาดหุ้นปิโตรเคมีเจ้าใหญ่อย่าง PTTGC ยังถูกเทขายในวันที่ตลาดหุ้นไทยพุ่งแรง จนหุ้นลงมากองอยู่ที่ระดับ 35.75 บาท ลบไป 1.25 บาท หรือลงไป 3.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.35 พันล้านบาท ทั้งที่วันนี้มีข่าวดีรองรับเต็มประตูหน้าต่าง ไมว่าจะเป็นกำไรจากสต๊อกน้ำมัน พ่วงด้วยโรงงานปิโตรเคมีในตะวันออกกลางถูกระเบิด ส่งผลให้ซัพพลายในตลาดโลกหายวูบไปในทันทีแบบนี้..หุ้นควรขึ้นต่อไม่ใช่เหรอคะ
ส่วนยักษ์หลับอย่าง BTS ก็อาศัยจังหวะตลาดหุ้นไทยบวกแรงตามตลาดหุ้นโลก ขยับตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 2.16 บาท บวกไป 0.06 บาท หรือขึ้นไป 2.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 100 ล้านบาทเหมือนกัน แต่สิ่งที่น่าคิดถัดมาก็คือ เที่ยวก่อนราคาหุ้นก็จอดป้ายตรงบริเวณ 2.20 บาท “โมนิก้า” เลยไม่แน่ใจเที่ยวนี้จะไปได้ไกลขนาดไหน? และบรรยากาศลงทุนจะดีแบบนี้ได้นานไหม?…ใครรู้ช่วยตอบที!
คล้ายกับสถานการณ์ของหุ้น ERW พุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 2.80 บาท บวกไป 0.28 บาท หรือขึ้นไป 11.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 254 ล้านบาท ก็เป็นเรื่องที่ทำให้อีฉันเซอร์ไพรสมาก ๆ เพราะภาพใหญ่ของธุรกิจท่องเที่ยวก็มีปัญหาทุกหย่อมหญ้า ผนวกกับเทศกาลสงกรานต์ค่อนข้างหงอยเหงาอย่างเห็นได้ชัด อีฉันเลยอยากให้นักเล่นประเมินปัจจัยที่จะทำให้หุ้นขึ้นไปทดสอบไฮเดิมที่บริเวณ 3.30 บาท ต้องมาจากเรื่องอะไร?
ตบท้ายกันที่ม้ามืดอย่าง ALT เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ชอบหุ้นที่กำลังกลับมาโตอีกครั้ง เพราะเมื่อเจาะลึกลงไปในการประกอบธุรกิจโทรคมนาคมครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องก่อสร้าง เรื่องขายอุปกรณ์ และเรื่องให้เช่าโครงข่าย ล้วนเป็นการเติบโตไปพร้อมกับกระแส AI และ Cloud แบบนี้ อีฉันถึงไม่แปลกใจที่หุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 1.42 บาท บวกไป 0.28 บาท หรือขึ้นไป 24.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 34 ล้านบาทเจ้าค่ะ
โมนิก้าและทีมงาน