กลุ่มสื่อสาร สองเดือนแรกสำคัญที่สุด!

บล.กสิกรไทยแนะนำ “เพิ่มน้ำหนัก” การลงทุนหุ้นสื่อสาร โดยเฉพาะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจำกัดจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว

นายพิสุทธิ์ งามวิจิตวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) แนะนำ “เพิ่มน้ำหนัก” การลงทุนในหุ้นกลุ่มสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งคาดว่าหุ้นกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบจำกัดจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว เนื่องจากปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ยังเพิ่มสูงขึ้น สภาพการแข่งขันทางด้านราคาที่ค่อนข้างสมเหตุสมผล และ เม็ดเงินลงทุนในโครงข่าย 4G ที่เข้าสู่ช่วงปลายวัฏจักร

โดยเชื่อว่าปัจจัยที่จะผลักดันราคาหุ้นในกลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2563 จะมาจาก 2 เรื่องคือ รายได้จากบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2562 และผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในตลาดทั้งสามราย คือ ADVANC, DTAC และ TRUE เป็นผู้ชนะการประมูลคลื่น 2600 MHz/5 จีของ กสทช.

ผลกระทบจากการกลับมาของแพ็กเกจ “เน็ตไม่อั้น”: ราคาหุ้นของหุ้นในกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ปรับตัวลดลงพอสมควร หลังจากที่ผู้ประกอบการทั้งสามรายกลับมานำเสนอแพ็กเกจ “เน็ตไม่อั้น” ตั้งแต่เดือนกันยายน ทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะกระทบต่อความสามารถในการเพิ่มรายได้ของอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลกระทบดังกล่าวจะมีค่อนข้างจำกัด เนื่องจากแพ็กเกจดังกล่าวใช้ได้เฉพาะลูกค้าประเภทเติมเงินที่เป็นลูกค้าเปิดซิมใหม่ หรือย้ายค่ายเบอร์เดิม และผู้ประกอบการทั้งสามรายต่างเริ่มปรับแพ็กเกจดังกล่าวให้สะท้อนถึงต้นทุนมากขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นอกจากนั้นเชื่อว่าความกังวลของนักลงทุนจะผ่อนคลายลง หากผู้ประกอบการทั้งสามรายสามารถรายงานรายได้จากบริการของไตรมาส 4/2562 ที่เติบโตขึ้นจากไตรมาส 3/2562

ความกังวลของนักลงทุนจากการประมูล 5G : เชื่อว่านักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่างชะลอการเข้าลงทุน หรือ อาจจะปรับลดการถือครอง ในหุ้นผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งสามราย หลังจากที่การประมูลคลื่น 5G มีความคืบหน้าตามลำดับ เช่น การประกาศร่าง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับคลื่น 5G รวมถึงการจัดการประชาพิจารณ์ ทั้งนี้คาดว่านักลงทุนน่าจะกังวลในเรื่องของ ผู้เล่นรายใหม่ ความสมดุลในการถือครองคลื่น 5G ของรายเก่า เป็นต้น โดยเชื่อว่าราคาหุ้นผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งสามรายจะดีดตัวขึ้นแรง หากไม่มีผู้เล่นรายใหม่ที่น่าเกรงขามเสนอตัวเข้าร่วมประมูลคลื่น 5G ในช่วงรับสมัดร ระหว่างวันที่ 2 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563

ประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ : ในส่วนของสภาพการแข่งขัน ต้องจับตาพัฒนาการของแพ็กเกจที่จะออกมาสำหรับเดือนมกราคม 2563 ซึ่งหากทั้งสามรายมีการปรับส่วนลดของแพ็กเกจลง น่าจะทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเรื่องสงครามราคาในช่วงปลายของ 4G ไปได้มาก และในส่วนของการประมูลคลื่น 5G จึงให้น้ำหนักน้อยสำหรับโอกาสที่จะมีผู้เล่นรายใหม่ที่น่าเกรงขามชนะการประมูลคลื่น 2.6 GHz

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ 1) การตัดสินใจของ กสทช. เกี่ยวกับคลื่น 700 MHz, 2) การตัดสินใจของ กสทช. เกี่ยวกับจำนวนบล็อกสูงสุดที่ผู้ประมูลจะประมูลได้สำหรับคลื่น 2.6 GHz และ 3) การกระจายตัวของคลื่น 2.6 GHz ในผู้ประกอบการ 3 รายเดิม ภายหลังการประมูลในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563

ความเสี่ยง : เชื่อว่านักลงทุนจะเทขายหุ้นผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หากผลกระทบจากแพ็กเกจ “เน็ตไม่อั้น” รุนแรงและต่อเนื่อง จนทำให้รายได้หดตัวอย่างรุนแรงจากไตรมาส 3/2562 และหากมีผู้ประกอบการรายใหม่ (นอกเหนือจาก ทีโอที และ แคท) ที่ประกาศเตรียมเข้าร่วมประมูลคลื่น 5G