
GPSC โกยกำไร Q1 โต 51% แตะ 1.7 พันลบ. รับส่วนแบ่งบริษัทร่วมค้า XPCL-CFXD หนุน
GPSC รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/2569 แตะ 1,719.35 ล้านบาท โต 50.82% จากปีก่อน รับแรงหนุนส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นเด่น หลัง XPCL ผลิตไฟฟ้าเพิ่มตามปริมาณน้ำสูงจากอิทธิพลลานีญา พร้อมรับรู้กำไรพิเศษจากการปรับมูลค่า EIR และเงินชดเชยกังหันลม CFXD
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,719.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.82% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 1,140.04 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนสำคัญจากเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามผลประกอบการของโครงการโรงไฟฟ้าที่ดีขึ้น รวมถึงการรับรู้รายการพิเศษในไตรมาสดังกล่าว
บริษัทรายงานว่าเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าอยู่ที่ 391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 270 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 223% โดยมีปัจจัยหลักจากผลประกอบการของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด หรือ XPCL ที่ปรับตัวดีขึ้น จากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่สูงขึ้นจากอิทธิพลของปรากฏการณ์ลานีญาที่ต่อเนื่องมาจากปี 2568
นอกจากนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีการรับรู้กำไรจากรายการพิเศษจากการปรับมูลค่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง หรือ Effective Interest Rate (EIR) ซึ่งเป็นผลจากการรีไฟแนนซ์เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน รวมถึงการปรับขยายระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ยืม
ขณะเดียวกัน ผลประกอบการของ CFXD ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีการรับรู้เงินชดเชยตามเงื่อนไขการรับประกันอัตราความพร้อมใช้งานของกังหันลมผลิตไฟฟ้า หรือ Wind Turbine Generator (WTG) ขณะที่ในไตรมาส 1 ปี 2568 ยังไม่มีการรับรู้รายการดังกล่าว เนื่องจากปี 2568 บริษัทรับรู้เงินชดเชยดังกล่าวในไตรมาส 4 ปี 2568 ก่อนเปลี่ยนรูปแบบการรับรู้เงินชดเชยเป็นรายเดือนในปี 2569
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของ AEPL ปรับตัวลดลงจากค่าความเข้มแสงที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับต้นทุนการผลิต ต้นทุนทางการเงิน และค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับจำนวนโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์มากขึ้น
ทั้งนี้ เงินปันผลรับลดลง 41 ล้านบาท หรือ 100% โดยมีสาเหตุหลักจากเงินปันผลรับของ FPCL ที่ลดลง เนื่องจากบริษัทฯ ได้เปลี่ยนสถานะของ APCL จากเงินลงทุนในตราสารทุนเป็นบริษัทร่วมของบริษัทฯ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ได้รับเงินปันผลจาก APCL ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
