
TIDLOR โชว์กำไร Q1 โต 35% แตะ 1.6 พันลบ. รับทรัพย์สินเชื่อ-ประกัน พ่วงคุม NPL เหลือ 1.47%
TIDLOR กวาดกำไร Q1/69 ทะลุ 1,613.74 ล้านบาท พุ่ง 35% รับอานิสงส์พอร์ตสินเชื่อแตะ 1.1 แสนล้าน และธุรกิจประกันโตแกร่ง พร้อมโชว์ประสิทธิภาพคุมต้นทุนดีเยี่ยม ดัน Credit Cost ลดฮวบ และ NPL ปรับตัวลงเหลือ 1.47% สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งและฐานลูกค้าดิจิทัลที่ขยาย
บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

บริษัทรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1,613.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.70% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1,197.82 โดยทำสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาส สะท้อนการเติบโตของรายได้จากทั้งธุรกิจสินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกัน รวมถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 6,069.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนโดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยรับตามการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจากธุรกิจนายหน้าประกัน ขณะที่จำนวนลูกค้าในทั้งสองธุรกิจยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ด้านค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 4,041.9 ล้านบาท ลดลง 2.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งผลขาดทุนด้านเครดิต ต้นทุนทางการเงิน และค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) อยู่ที่54.4% ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า
สำหรับพอร์ตสินเชื่อคงค้างรวมอยู่ที่ 109,926.1 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 5.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน ขณะที่จำนวนลูกค้าสินเชื่อเพิ่มขึ้น 8.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน สะท้อนการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่ายสาขา 1,892 แห่ง และช่องทางดิจิทัล อาทิ บัตรติดล้อ แอปพลิเคชันเงินติดล้อ และบริการ E-Withdrawal ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแบบ Self-service
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL Ratio) อยู่ที่ร้อยละ 1.47 ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ร้อยละ 1.54 ขณะที่อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อ (Credit Cost) อยู่ที่ร้อยละ 1.7 ลดลงจากร้อยละ 3.0 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Coverage Ratio) อยู่ที่ร้อยละ 340.5
ขณะเดียวกัน ธุรกิจนายหน้าประกันยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยมีเบี้ยประกันวินาศภัยรวม 3,090.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.7 เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ช่องทางการขายที่ครอบคลุม และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ยกระดับบริการผ่าน 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ ประกันติดโล่ อารีเกเตอร์ และเฮ้ กู๊ดดี้ ซึ่งช่วยขยายฐานลูกค้าและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในทุกกลุ่มเป้าหมาย
