
THCOM กวาดกำไร Q1 โต 392% แตะ 588 ล้านบาท รับ Fx พุ่ง-ส้มหล่น “สรรพากรอินเดียคืนภาษี”
THCOM รายงานผลงานไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 587.68 ล้านบาท โตแรง 392.50% จากปีก่อน รับรายได้รวมเพิ่มแตะ 958 ล้านบาท ขณะที่เงินบาทอ่อนหนุนกำไรอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 221 ล้านบาท พร้อมรับรู้รายได้อื่น หลังกรมสรรพากรอินเดียคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายภายหลังคดีสิ้นสุด หนุนภาพรวมกำไรเติบโตโดดเด่น
บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 587.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 392.50 จากปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 119.33 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการ รายได้ค่าก่อสร้าง และรายได้อื่น รวมทั้งสิ้น 958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 218 ล้านบาท หรือ 29.50% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 ที่มีรายได้รวม 740 ล้านบาท
ปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานมาจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยรับจากการคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายล่าช้า และภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ได้รับคืนจากกรมสรรพากรอินเดีย ภายหลังคดีสิ้นสุดลง ซึ่งบริษัทบันทึกรายการดังกล่าวเป็นรายได้อื่นในงบกำไรขาดทุน ตามรายละเอียดในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
ทั้งนี้ รายได้อื่นในไตรมาส 1/2569 ของบริษัทมีจำนวนทั้งสิ้น 505 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 ที่มีรายได้อื่น 2 ล้านบาท และไตรมาส 1/2568 ที่มีรายได้อื่น 240 ล้านบาท
นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 221 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทอยู่ภายใต้สัญญาที่อ้างอิงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกต่อทั้งรายได้รวมและกำไรสุทธิของบริษัทในไตรมาสดังกล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 จำนวน 385 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเพิ่มขึ้น 143 ล้านบาท หรือ 59.10% จากไตรมาส 4/2568 ที่มีกำไรจากการดำเนินงาน 242 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 240 ล้านบาท หรือ 165.50% จากไตรมาส 1/2568 ที่มีกำไรจากการดำเนินงาน 145 ล้านบาท
การปรับตัวเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยหลักจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหากพิจารณาเฉพาะธุรกิจด้านดาวเทียม บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับดาวเทียม และส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจโทรคมนาคม จำนวน 408 ล้านบาท สูงกว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติ 23 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 236 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของธุรกิจหลัก
สำหรับต้นทุนขายและการให้บริการในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีจำนวนทั้งสิ้น 358 ล้านบาท ลดลง 30.80% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 ที่มีต้นทุนขายและการให้บริการ 517 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนการให้บริการดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวเนื่องปรับตัวลดลงสอดคล้องกับระดับรายได้ ขณะที่ในไตรมาส 4/2568 บริษัทมีการรับรู้ต้นทุนค่าก่อสร้างโครงการจำนวน 144 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต้นทุนขายและการให้บริการในไตรมาส 1/2569 ลดลง 4.30% จากไตรมาส 1/2568 ซึ่งอยู่ที่ 374 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 1/2568 บริษัทมีการรับรู้ค่าบำรุงรักษาสถานีภาคพื้นดินในต่างประเทศ
ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร ในไตรมาส 1/2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 174 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 และไตรมาส 1/2568 โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่ลดลง รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

