KSL น้ำตาลอ่อนหวาน

สงสัยน้ำตาลของบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL คงอ่อนหวานไปซะแล้ว..!

สำนักข่าวรัชดา

สงสัยน้ำตาลของบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL คงอ่อนหวานไปซะแล้ว..!

เพราะงบไตรมาส 4/2562 ที่เพิ่งประกาศออกมา ดูเหมือนจะดี…โชว์กำไรสุทธิสูงถึง 96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 57 ล้านบาท แต่นั่นเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะมาจากกำไรพิเศษ 249 ล้านบาท

ทว่าหากไปดูผลการดำเนินงานปกติ กลับขาดทุนสูงถึง 153 ล้านบาทซะงั้น…

ทั้ง ๆ ที่ไตรมาสนี้มียอดขายน้ำตาลเพิ่มขึ้น 60% จากไตรมาสก่อน อยู่ที่ 7,056 ล้านบาท แต่ราคาขายอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มาร์จิ้นลดลงเหลือ 12% จาก 16.7% ในไตรมาส 3/2562

ทำให้ผลประกอบการงวดปี 2562 (ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2561-31 ต.ค. 2562) ไม่ค่อยเป็นที่สบอารมณ์ของผู้ถือหุ้น เนื่องจากมีกำไรสุทธิแค่ 822 ล้านบาท ลดลง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 848 ล้านบาท

จะว่าไปความท้าทายของ KSL อยู่ตรงที่จะคอนโทรลผลประกอบการให้เสถียรได้อย่างไร..?

เพราะจากผลประกอบการช่วง 2 ปีย้อนหลัง พบว่า ในส่วนของรายได้อยู่ในระดับทรงตัว โดยปี 2560 มีรายได้รวม 19,140 ล้านบาท ปี 2561 รายได้รวม 19,135 ล้านบาท และล่าสุดปี 2562 รายได้รวม 19,061 ล้านบาท

แต่กำไรสุทธิค่อนข้างสวิง จากปี 2560 กำไรสุทธิสูงถึง 1,970 ล้านบาท ปี 2561 กำไรสุทธิลดฮวบมาอยู่ที่ 848 ล้านบาท และล่าสุดปี 2562 เหลือกำไรสุทธิ 822 ล้านบาท

ที่สำคัญจะเห็นว่า ความสามารถในการทำกำไรของ KSL ก็ลดลงเรื่อย ๆ ทำให้กำไรค่อนข้างเบาบาง โดยปี 2560 อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 10.29% ปี 2561 อัตรากำไรสุทธิ 4.43% และปี 2562 อัตรากำไรสุทธิ 4.31%

ตัวการที่ฉุดผลประกอบการ KSL มาจาก 2 ปัจจัยหลัก…

1) ราคาน้ำตาลตลาดโลกที่ผันผวน อย่างปี 2562 บริษัทมียอดขายน้ำตาลเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมอยู่ที่ 1.26 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15.06% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ราคาขายโดยเฉลี่ยลดลงเหลือ 10,902 บาทต่อตัน ลดลง 12.97% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 12,526 บาทต่อตัน

ทำให้รายได้ไม่โตอย่างที่ควรจะเป็น…

และ 2) สถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องกระทบต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก KSL มีสัดส่วนการส่งออกน้ำตาลค่อนข้างมาก

(ว่ากันว่าค่าเงินบาทในปีที่ผ่านมาว่าแข็งแล้ว ปีนี้จะแข็งโป๊กยิ่งกว่า เผลอ ๆ จะหลุด 30 บาท มาแตะที่ระดับ 29 บาทกว่า ก็ไม่รู้ว่าแบงก์ชาติมัวทำอะไรอยู่ จึงปล่อยให้เงินบาทแข็งค่าขนาดนี้ แหม๊…มันน่าเป็นห่วงหุ้นกลุ่มส่งออกจริง ๆ)

ทั้ง 2 ปัจจัยล้วนเป็นปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม…

กลายเป็นโจทย์ท้าทายการเติบโตของ KSL ในอนาคต

ก็หวังว่า สุดท้ายแล้วน้ำตาลของ KSL จะแค่อ่อนหวานเพียงช่วงสั้น ๆ นั่นหมายถึงกำไรจะกลับมาเติบโตดีอีกครั้ง ไม่กลายเป็นน้ำตาลขมไปเสียก่อน

เพราะหากเป็นน้ำตาลขมเมื่อไหร่ คงดูไม่จืดเชียวล่ะ

ที่แน่ ๆ คงขมติดคอนักลงทุนแย่เลย…

…อิ อิ อิ…