VGI–MACO ดีลต่างตอบแทน.!

จากกรณีบริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) หรือ MACO ทุ่มเงิน 457.2 ล้านบาท ซื้อหุ้นสัดส่วน 25% ใน VGI Vietnam Joint Stock Company (VGI Vietnam) เพื่อรุกสื่อโฆณานอกบ้านในประเทศเวียดนามษ ผ่านบริษัทย่อย VGI MACO (Singapore) Private Limited (VGIMS) 

สำนักข่าวรัชดา

จากกรณีบริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) หรือ MACO ทุ่มเงิน 457.2 ล้านบาท ซื้อหุ้นสัดส่วน 25% ใน VGI Vietnam Joint Stock Company (VGI Vietnam) เพื่อรุกสื่อโฆณานอกบ้านในประเทศเวียดนามษ ผ่านบริษัทย่อย VGI MACO (Singapore) Private Limited (VGIMS)

ทำให้นึกถึงดีล MACO กับบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB ก่อนหน้านี้…!

ถ้ายังจำกันได้ PLANB ซื้อหุ้นเพิ่มทุน MACO ด้วยการเอาสินทรัพย์ตัวเอง (ฮัลโล บางกอก) ไปแลก กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ MACO

แต่ไฮไลต์อยู่ตรงที่ PLANB จะได้รับสิทธิบริหารจัดการสื่อโฆษณานอกบ้านในประเทศไทยทั้งหมดของกลุ่ม MACO เป็นระยะเวลา 5 ปีแทน

เท่ากับว่า MACO จะเปลี่ยนสถานะเป็นเพียงผู้ให้บริการก่อสร้าง จัดหา ติดตั้งและซ่อมบำรุงสื่อโฆษณาเท่านั้น แล้วรอรับส่วนแบ่งจาก PLANB เฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 700 ล้านบาท

ย้อนมาสู่กรณี MACO ไปซื้อหุ้น VGI Vietnam เปรียบเสมือนต่างตอบแทนกันหรือไม่..?

เนื่องจาก MACO ได้ออกไปบุกตลาดสื่อโฆษณานอกบ้านในประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังเติบโต มีประชากรเกือบ 100 ล้านคน โดยปี 2562 เศรษฐกิจเติบโตถึง 7% พฤติกรรมผู้บริโภคมีกำลังซื้อก้าวกระโดด

ขณะที่เม็ดเงินโฆษณาสูงถึง 1.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสื่อประเภททีวีเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นสื่อประเภทหนังสือพิมพ์ และอันดับสามเป็นสื่อเอาต์ดอร์และทรานซิส

นั่นเท่ากับว่า MACO มีโอกาสปั๊มเงินจากตลาดเวียดนามได้อีกมาก

ที่สำคัญเป็นการชดเชยรายได้ที่ MACO สูญเสียให้กับ PLANB จากตลาดในประเทศไทย…

ส่วน VGI Vietnam ซึ่งถนัดในสื่อดั้งเดิม ก็ได้ Know-How เทคโนโลยีใหม่ ๆ ของ MACO มาช่วยเสริมศักยภาพให้แข็งแกร่ง ทำให้สามารถตอบโจทย์ในยุคดิจิทัลได้มากขึ้น..!!

ดีลนี้ไม่มีใครเสียหาย เป็นการแลกผลประโยชน์ที่ลงตัวกันสุด ๆ…

ก็ชัดเจนว่า MACO เปิดทางให้ PLANB เป็นคนทำตลาดสื่อโฆษณาในประเทศไทย ส่วนตัวเองก็จะออกไปบุกตลาดในต่างประเทศแทน…(เผลอ จะสามารถทำเงินได้มากกว่าตลาดในประเทศซะอีก)

เป็นกลยุทธ์แบ่งกันกิน…

แต่คนที่ได้ประโยชน์มากสุดไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ในฐานะผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัท โดยถือหุ้น MACO สัดส่วน 33.17% และถือหุ้น PLANB สัดส่วน 18.80%

นั่นเท่ากับว่า สุดท้าย VGI ก็เป็นห่วงโซ่ธุรกิจของธุรกรรมนี้…

กลายเป็นเสือนอนกินพุงกาง…น่าอิจฉาจริง ๆ..!

…อิ อิ อิ…