Daily View – P.M. – บล.กสิกรไทย

Tactical Move

เดินเกมกลยุทธ์บ่าย

สรุปภาวะตลาดเช้า

SET Index ปรับลดลง -11.96 จุด (-0.79%) ปิดภาคเช้าที่ 1,493.58 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 46,526.38 ล้านบาท

Most Positive Impact: PTT (+1.35 จุด), PTTEP (+0.19 จุด), BAM (+0.15 จุด)

Most Negative Impact: AOT (-4.04 จุด), SCB (-1.36 จุด), CPALL (-0.85 จุด)

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงเนื่องจากปัจจุบันตลาดไร้ปัจจัยใหม่กระตุ้น และอยู่ระหว่างรอติดตามสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ขณะที่หุ้นที่กดดันดัชนีนำโดย AOT ซึ่งมี market cap สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของตลาด จากปัจจัยกดดันเรื่องมาตรการช่วยเหลือร้านค้า 6 สนามบินที่บริษัทฯ บริหารจัดการอยู่ ประกอบด้วย 1) มอบส่วนลดค่าเช่า 20% ให้กับร้านค้าเหล่านั้น และ 2) ยกเว้น minimum guarantee ซึ่งจะกดดดันต่อกำไรของบริษัท

พรุ่งนี้ติดตามศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยกรณียุบพรรคอนาคตใหม่จากปม นายธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ให้เงินกู้กับพรรค

แนวโน้มตลาดบ่าย

คาด SET Index บ่ายนี้ยังคงแกว่งตัวในกรอบ 1,490 – 1,510 จุด คงกรอบแนวรับเท่าเดิมเนื่องจาก Earning yield gap หรืออัตราผลตอบแทนระหว่างตลาดหุ้นและพันธบัตรปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 4ปี ที่บริเวณ 5.3% เหนือระดับ 0.5SD ย้อนหลัง 10 ปี ทำให้ downside ตลาดจำกัด ขณะเดียวกันกรอบแนวต้านก็จำกัดเช่นกันเนื่องจากตลาดรอดูผลประกอบการ 4Q19 และการทยอยกลับมาดำเนินธุรกิจของบริษัทจีนซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อกลุ่ม Global play รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเดือนมี.ค.-เม.ย. น่าจะมีการประกาศในสัปดาห์หน้า

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้แนะทยอยสะสมกลุ่มก่อสร้าง STEC หลังพ.ร.บ.งบประมาณผ่านชั้น ส.ว. ส่วนกลุ่มค้าปลีกแนะนำให้เริ่มสะสมในเดือนมีนาคมเป็นต้นไปเพื่อรอดูระดับการแพร่ระบาดของไวรัสและการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ขณะที่กลุ่มพลังงาน/ปิโตรฯ PTTEP, PTTGC, TOP ยังคงคำแนะนำถือ เนื่องจากคาดว่าหลังจากควบคุมการแพร่ระบาดได้จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศหนุนการกลับมาสต็อคสินค้า

ประเด็นเศรษฐกิจสำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ วันพฤหัสติดตามรายงานการประชุมนโยบายการเงินของ ECB วันศุกร์สหรัฐฯ และยูโรโซนจะมีการรายงาน PMI ภาคการผลิต (ก.พ.) ตลาดคาด 52.5 และ 47.5

หุ้นแนะนำ MEGA STA STEC