โบรกฯแนะ “เก็งกำไร” SQ ลุ้นกำไรปีนี้โตต่อ หลังตุนแบ็กล็อคแน่น 2.8 หมื่นลบ.

โบรกฯแนะ “เก็งกำไร” SQ ลุ้นกำไรปีนี้โตต่อ หลังตุนแบ็กล็อคแน่น 2.8 หมื่นลบ.


“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการรวบรวมข้อมูลและบทวิเคราะห์ เกี่ยวกับหุ้นบริษัท บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SQ ภายหลังบริษัทรายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2562 และงวดปี 2562 พลิกมีกำไร 1.11 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน 285 ล้านบาท

ด้านนายศาศวัต ศิริสรรพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SQ กล่าวว่า ในไตรมาส 4 ที่ผ่านมา บริษัทฯมีรายได้รวม 1,433 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 124 ล้านบาท เนื่องจากการบริหารจัดการการทำงานของเครื่องจักรโดยรวมตามแผนงานมีประสิทธิภาพ มากขึ้นและในไตรมาสนี้ผลผลิตของทุกโครงการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2562 ส่งผลให้ผลการดำเนินงวดปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม  4,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากรายได้รวม 3,624 ล้านบาทในงวดปี 2561 และมีกำไร สุทธิ 1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับขาดทุนสุทธิ 285 ล้านบาท ในงวดปี 2561

โดยบริษัทฯ มีรายได้จากโครงการ ขุดขนดินและถ่านหินภายใต้ 3 โครงการหลัก คือโครงการ เหมืองแม่เมาะ 7 โครงการเหมืองแม่เมาะ 8 และโครงการเหมืองหงสา โดยโครงการเหมืองแม่เมาะ 7 ได้เข้าสู่ช่วงท้ายของโครงการ ซึ่งจะสิ้นสุดลง ในไตรมาส 1/2563 และตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 บริษัทฯจะมีรายได้เพิ่มจากโครงการเหมืองหงสา โดยรับรู้รายได้โครงการบริหารและซ่อมบำรุงระบบสายพานเพิ่มเข้ามาซึ่งมีมูลค่างานรวม2,265ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินงาน 7 ปี

สำหรับแนวโน้มธุรกิจปีนี้ บริษัทฯเชื่อมั่นว่าจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเนื่องจาก บริษัทฯมีปริมาณ งานในมือสูงถึงประมาณ 28,000 ล้านบาท และ บริษัทฯจะเริ่มมีรายได้จากธุรกิจใหม่การจำหน่าย ถ่านหินจากเหมืองถ่านหินเมืองก๊ก ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ที่บริษัทฯได้สัมปทาน ผ่านบริษัทร่วมทุน

ขณะนี้บริษัท ร่วมทุนอยู่ในช่วงการดำเนินการ ขอใบอนุญาตการส่งออกถ่าน (Export licence) ซึ่งบริษัทร่วมทุนจะสามารถ ดำเนินการ ส่งออกถ่านเพื่อขายไปยังนอกประเทศ สาธารณรัฐ แห่งสหภาพเมียนมาร์ได้ โดยตั้งเป้าหมายในเบื้องต้นจำนวน 60,000 ตัน ในไตรมาส 4 ปี 2563 และ เพิ่มปริมาณเป็น 300,000 ตันในปี 2564 จะทำให้บริษัทฯมีโครงสร้างรายได้ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

อนึ่งปริมาณงานในมือของบริษัทฯ มูลค่า 28,000 ล้านบาท ที่จะรับรู้รายได้ถึง 8 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย โครงการแม่เมาะ 8 มูลค่าประมาณ 16,318 ล้านบาท โครงการหงสา สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาวมูลค่าประมาณ 8,810 ล้านบาท และ งานโครงการบริหารและซ่อม บำรุงระบบสายพาน เพิ่มเข้ามาซึ่งมีมูลค่างานรวม 2,265 ล้านบาท  โครงการแม่เมาะ 7 มูลค่าประมาณ 312 ล้านบาท

ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 2.8 บาทต่อหุ้น พร้อมประเมินกำไรปี 2563 เท่ากับ 251 ล้านบาท ดีขึ้นจากปี 2562 ที่มีกำไรเพียง 1 ล้านบาท  สำหรับโครงการเหมืองถ่านหิน Mai Khot ซึ่ง SQ ถือหุ้น 70% กำลังขอใบอนุญาตส่งออกถ่านหิน คาดจะได้ใบอนุญาตในไตรมาส 2/2563 โดยตั้งเป้าหมายส่งออก 60,000 ตัน ในปี 2563 และเพิ่มเป็น 300,000 ตัน ในปี 2564  ซึ่งเรายังไม่รวมในประมาณการ  สำหรับในระยะยาวจะพัฒนาสร้างโรงไฟฟ้า

ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน Valuation ที่ถูก  โดยซื้อขาย P/E ปีนี้ที่ต่ำเพียง 7.2 เท่า  และ P/BV เท่ากับ 0.7 เท่า ดังนั้นประเมินราคาเป้าหมายด้วยวิธี DCF (WACC = 8%) เท่ากับ 2.8 บาท คงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”

Back to top button