หุ้นจะลงไปถึงไหน

“ปุจฉา” นี้ คงยากต่อการ “วิสัชนา” จริง ๆ

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

“ปุจฉา” นี้ คงยากต่อการ “วิสัชนา” จริง ๆ

ล่าสุด ดัชนีนิกเกอิร่วงลง 179.22 จุด หรือ 0.79% ปิดที่ 22,426.19 จุด เป็นระดับปิดต่ำสุดในรอบ 4 เดือน

เช่นเดียวกับตลาดหุ้นนิวยอร์ก ยุโรป และเอเชีย

รวมถึงประเทศไทยที่ดัชนีลงต่ำสุดในรอบ 4 ปี และหนักสุดในบรรดาตลาดหุ้นทั่วโลก

ทั้งหมดนี้ต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

อย่างที่เคยเขียนไปแล้วเมื่อวันก่อนหน้านี้

บรรดานักวิเคราะห์ต่างพยายามหาจุดที่เป็น Worst-case หรือเป็นกรณีแย่สุดของตลาดหุ้นนั้น จะอยู่ตรงไหน

ผ่านมาถึงตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถประเมินได้ถูกต้อง

หรือแม้กระทั่งจะให้ใกล้เคียงก็เหอะ

เช่น ก่อนหน้านี้ ต่างมองกันว่าแนวรับ 1,400 จุด น่าจะรับอยู่

แต่เมื่อวานนี้ปิดตลาดภาคเช้า กลับร่วงหลุดไปแบบดื้อ ๆ ซะอย่างนั้น

และพอเปิดตลาดบ่าย ดัชนียังลงต่อเนื่อง กระทั่งมาปิดลบที่จุดต่ำสุดของวันเลยนั่นแหละ (1,366.41 จุด)

แต่เข้าใจว่า มาจากปัจจัยเรื่องมีคนไทยที่ไปประเทศญี่ปุ่น แล้วติดเชื้อกลับมา จึงเกิดการแพนิกอย่างหนัก

ต่างพากันสาดหุ้นออกมา โดยไม่ได้สนใจเลยว่า หุ้นนั้น ๆ จะได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 หรือไม่

หุ้นบางตัว แทบจะไม่เกี่ยวข้อง หรือได้รับผลกระทบ (ไวรัสฯ)

แต่กลับโดนขายออกมาอย่างหนัก

ล่าสุด “ภากร ปีตธวัชชัย” ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ออกมาให้ข้อมูลอีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้

นั่นคือ ก่อนจะขายหุ้นออกจากพอร์ต

ควรจะดูให้ดีก่อนว่า หุ้นนั้น ๆ ได้รับผลกระทบจากไวรัสฯ หรือไม่

ในทางกลับกัน

หากหุ้นตัวไหนที่ได้รับผลลบจากไวรัสฯ โดยตรง

ก็ควรจะเลี่ยงการลงทุนไปก่อน

แต่ดูเหมือนตอนนี้คำเตือน คำแนะนำ ต่าง ๆ จะไม่ค่อยได้ผลมากนัก

เพราะตราบใดที่สถานการณ์ยังไม่สามารถประเมินได้ ย่อมทำให้นักลงทุนปรับลดความเสี่ยง ด้วยการขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นออกไปก่อน แล้วไปเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

มีข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังเพิ่มเติม

หลายวันที่ผ่านมา จะเห็นว่า กองทุนขายสุทธิแทบจะโดยตลอด

แต่เท่าที่เข้าไปตรวจสอบดู พบว่า ส่วนใหญ่เป็นกองทุนประเภท Private Fund หรือกองทุนส่วนบุคคล

กองทุนส่วนบุคคลที่ว่านี้ จะเป็นเงินลงทุนของนักลงทุนรายใหญ่

จากข้อมูลพบว่า ได้สั่งให้กองทุนขายหุ้นออกมาต่อเนื่อง ขายทุกราคา เพื่อปรับลดความเสี่ยง

ส่วนเงินที่ได้จากการขาย จะมีการนำไปพักไว้ตราสารหนี้

ก่อนจะค่อยกลับมาลงทุนอีกครั้ง เมื่อแน่ใจในสถานการณ์ว่าคลี่คลายจริง ๆ

ส่วนกองทุนต่าง ๆ ที่เป็นกองทุนหุ้นทั่ว ๆ ไป ก็มีการขายออกมาบ้าง รวมถึงการเปลี่ยนตัวเล่น

เงินที่เป็นของกองทุนจริง ๆ ส่วนใหญ่จะถือไว้ไม่ได้นาน หรือมีการกำหนดสัดส่วนการถือเงินสดอยู่

อ้อ… ข่าวว่า สำนักงานประกันสังคม และกองทุน กบข. ก็มีการขายหุ้นออกมาด้วยเช่นกัน แล้วหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นการชั่วคราว

กลับมาถึงคำถามที่ว่า แล้วหุ้นจะลงไปถึงตรงไหนล่ะ

บางคนบอกว่า เหมือนกับ “งมเข็มในมหาสมุทร”

เพราะหลุดมาทุกแนวรับแล้วจริง ๆ

มีข้อมูลมาจากนักวิเคราะห์รุ่นเก๋า “พี่ต้น” เผดิมภพ สงเคราะห์ ที่ผ่านวิกฤตของตลาดหุ้นมาเยอะ

ดัชนีตลาดหุ้นไทย ค่าเฉลี่ย 10 ปี อยู่ที่ 1,392 จุด

และปกติเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้

ดัชนีอาจจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนิดหน่อย (ถ้าไม่ใช่วิกฤตเศรษฐกิจ)