EGCO วางงบลงทุนปีนี้ 3 หมื่นลบ. มุ่งขยายตลาดต่างประเทศ

EGCO วางงบลงทุนปีนี้ 3 หมื่นลบ. มุ่งขยายตลาดต่างประเทศ

นายกัมปนาท บำรุงกิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์และบริหารสินทรัพย์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 63 บริษัทเตรียมงบลงทุนประมาณ 30,000 ล้านบาท สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง รวมถึงการลงทุนในโครงการใหม่ พร้อมมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจผลิตไฟฟ้าซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญ ทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียน

ทั้งนี้ แผนการลงทุนจะมุ่งเน้นในต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะขยายการลงทุนในประเทศที่มีฐานอยู่แล้ว เช่น ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ และเจาะตลาดในประเทศใหม่ ๆ เช่น ไต้หวัน เป็นต้น และต่อยอดไปสู่ธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ การจัดหาเชื้อเพลิงและการให้บริการด้านพลังงาน รวมทั้งยังแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก เช่น Smart Energy Solution ในขณะเดียวกัน เอ็กโก กรุ๊ป ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และการบริหารจัดการโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดและภายใต้งบประมาณที่วางไว้

“เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจ มุ่งเน้นการผลิตและให้บริการด้านพลังงาน ครอบคลุมการผลิตไฟฟ้า ซึ่งยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัท และแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจในภาพรวม ตลอดจนเปิดกว้างเรื่องพื้นที่การลงทุน ที่ไม่ได้จำกัดอยู่ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”นายกัมปนาท กล่าว

โดยปัจจุบัน เอ็กโก กรุ๊ป มีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 3 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง “กังดง” ประเทศเกาหลีใต้ ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 82.45% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4/63  และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ “น้ำเทิน 1” สปป.ลาว ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 66% คาดว่าจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2/65 นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่เป็นธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ โครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 22.15% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในไตรมาส 4/64

ส่วนผลการดำเนินงานปี 62 สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย โดยมีกำไรสุทธิ จำนวน 13,059 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 8,014 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุน จำนวน 14,177 ล้านบาท บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ จำนวน 10,368 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จำนวน 1,173 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น มาจากการบริหารโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้แล้วเสร็จและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ตามกำหนด รวมทั้งการขยายการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างแล้วเสร็จและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ตามกำหนด 2 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าถ่านหิน “ซานบัวนาเวนทูรา” ประเทศฟิลิปปินส์ เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 26 ก.ย.62 และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ “ไซยะบุรี” สปป.ลาว เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 29 ต.ค.62

สำหรับการขยายการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า 2 โครงการ ได้แก่ การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง “กังดง” ประเทศเกาหลีใต้ กำลังผลิต 19.80 เมกะวัตต์ ผ่านบริษัท พาจู เอ็นเนอร์ยี่ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เอ็กโกถือหุ้น 49% และการลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น 25% เพื่อขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเล “หยุนหลิน” ในไต้หวัน กำลังผลิต 640 เมกะวัตต์  ตลอดจนการขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง 1 โครงการ ได้แก่ การลงทุนด้วยการซื้อหุ้น 44.60% ในบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ซึ่งทำโครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

คำค้น