รอวันซื้อหุ้น

เพียงวันที่ 18 มี.ค.เพียงวันเดียว มีชาวอิตาลีเสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ถึง 475 ราย ทำลายสถิติชาวจีนที่เสียชีวิตสูงสุดก็แค่ 150 รายเมื่อ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา

ขี่พายุ ทะลุฟ้า : ชาญชัย สงวนวงศ์

เพียงวันที่ 18 มี.ค.เพียงวันเดียว มีชาวอิตาลีเสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ถึง 475 ราย ทำลายสถิติชาวจีนที่เสียชีวิตสูงสุดก็แค่ 150 รายเมื่อ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา

จีนอาจจะเสียสถิติการเสียชีวิตไปให้อิตาลีเสียแล้ว เมื่อตัวเลขการเสียชีวิตของชาวอิตาลีพุ่งพรวดไป 2,978 รายแล้ว ขณะที่ตัวเลขของจีนอยู่ที่ 3,200 ราย และแนวโน้มคงไม่เพิ่มขึ้นมาก ขณะที่สถานการณ์ในอิตาลี ยังบานปลายต่อไปได้เรื่อย ๆ

จีนคุมสถานการณ์ได้อยู่หมัดแล้ว เช่นเดียวกับไต้หวันและเกาหลีใต้ ศูนย์กลางการระบาดของโควิด-19 ย้ายมาอยู่ที่ยุโรปแทน จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดรวมกันมากกว่า 85,000 รายแล้ว แนวโน้มยังคงเพิ่มสูง ขณะจีนมีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 80,900 ราย แนวโน้มเพิ่มน้อยลงมาก

ยอดผู้เสียชีวิตชาวจีน 3,200 คน ขณะชาวยุโรปเสียชีวิตเกินกว่าและเข้าใกล้จำนวน 4,000 รายไปแล้ว โดยมีอิตาลีเป็นอันดับ 1 สเปนอันดับ 2 ฝรั่งเศสอันดับ 3 อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี รองลงมาตามลำดับ

น่าจับตา จำนวนผู้ติดเชื้อในอาเซียนในระยะหลัง เพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะในมาเลเซียและไทย ไม่ทราบว่า เชื้อ”เพิ่งจะเริ่มระบาด หรือเพราะ ฝีแตก” ที่ข้อมูลไม่ได้รับการเปิดเผยมานาน

นักลงทุนในตลาดหุ้นต่างก็รอคอยล่ะครับ รอคอยเพราะมีความหวัง หวังว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลายลงสักวันหนึ่ง และเมื่อนั้นแหละ จะถึงวันที่นักลงทุนจะพาเหรดเข้าตลาดหุ้นกันเต็มตัว

เนื่องจากมีหุ้นพื้นฐานดีและปันผลก็ดี แต่ราคาถูกในตลาดเป็นจำนวนมาก

ยกตัวอย่างหุ้นกลุ่มใหญ่ที่สุดในตลาดและทรงอิทธิพลกดดันดัชนีหลักทรัพย์มากที่สุด คือ หุ้นตระกูลป.หรือหุ้นในกลุ่มปตท.เริ่มแต่ PTT ตัวแม่ ราคาร่วงมา 42% นับแต่ต้นปีมาจนขณะนี้ที่ราคา 26 บาท กลายเป็นหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีไปแล้ว

P/BV 0.86 เท่า P/E 8.14 เท่า จ่ายเงินปันผลหรือยีลด์ตั้ง 7.55%

PTTEP นี่ ราคาตกต่ำอย่างรุนแรงเลย มีราคาต่ำกว่าบุ๊คที่ 0.63 เท่า P/Eเหลือแค่ 4.64 เท่า และผลตอบแทนสูงปรี๊ดถึง10.53%

หุ้นพี่เทพ ดูไม่ยากหรอกครับ เด้งขึ้น-เด้งลงตามราคาน้ำมันโลก หากเห็นสัญญาณราคาน้ำมันขึ้นเมื่อไหร่ เมื่อนั้นราคาก็มา

หุ้นอีก 3 ตัวในตระกูลป. ก็ล้วนแล้วแต่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีทั้งสิ้น ได้แก่ IRPC บุ๊คต่ำ 0.49 เท่า ปันผล 5.05% PTTGC ต่ำบุ๊ค 0.38 เท่า ปันผล 8.25% และTOP ต่ำบุ๊ค 0.48 เท่า ปันผล 5.31%

คงมีแต่ GPSC ซึ่งเป็นหุ้นโรงไฟฟ้า ปลอดจากผลกระทบโควิดเท่านั้น มีราคาสูงกว่าบุ๊คที่ 1.37 เท่า และปันผลอาจจะน้อยสักหน่อยในอัตรา 2.17% แต่ก็เป็นธรรมดาของหุ้นโรงไฟฟ้าที่เป็น “หุ้นเติบโต” และราคาอ่อนตัวลงมา 38% นับแต่ต้นปี

หุ้นชั้นดีที่มีประวัติการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ แต่ราคารับผลกระทบตามกระแสลงมามากจนทำให้อัตราการจ่ายเงินปันผลสูงขึ้นมาในระดับกว่า 10% ก็มีอย่างเช่น LH แลนด์แอนด์เฮ้าส์ อัตราปันผล 10.61% JAS 13.63% ซึ่งในเดือนเม.ย.ก็ยังจะมีปันผลพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนในระหว่าง 1.26-1.50 บาทอีก

นอกจากนั้นก็ยังมี JASIF อันเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จ่ายเงินปันผลสูงสุดในบรรดากองทุนโครงสร้างพื้นฐานด้วยกันที่ระดับ 10.17% ถือเป็นทางเลือกในการบริหารเงินออมอย่างดี ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และSIRI หุ้นแสนสิริ ที่ราคา 0.57 บาทนี่ก็เท่ากับอัตราจ่ายปันผลถึง 14.04%แล้ว

คิดง่าย ๆ ลงทุน 1 ล้านบาท ก็ได้รับเงินปันผล 1.4 แสนบาท เล่นหุ้นประเภทนี้ ก็ไม่ต้องหวั่นไหวเรื่องราคาหุ้นแต่อย่างใด แม้ขายไม่ได้ก็กินเงินปันผลงามไปเรื่อย ๆ ยกเว้นบริษัทเจ๊งเท่านั้น

ตลาดหุ้นไทยเรา มาถึงเวลานี้ก็ถือว่ามีราคาไม่แพงแล้วล่ะครับ เป็นตลาดที่มีค่าP/E 12 เท่า ค่า P/BV 1.15 เท่า และเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผล 4.79% ถือว่าเป็นตลาดที่แข็งขันได้ในภูมิภาค และมีสภาพคล่องสูงสุดในตลาดอาเซียน

ตลาดหุ้นไทยตอนนี้ น่าสนใจแล้วล่ะ ของถูกเพียบ แต่ก็นั่นแหละ หากผลีผลามเข้าตลาดตอนนี้ ในสภาวะที่สถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดยังไม่นิ่ง ก็อาจจะ “ติดดอย” ยาว การทยอยเข้าถัวเฉลี่ย ก็ยิ่งไม่มีความจำเป็น อาจจะบาดเจ็บเหวอะหวะยิ่งขึ้นไปอีก

รอสถานการณ์โควิดนิ่ง ก็ยังไม่สาย อาจจะ 3 เดือน-6 เดือนหรือ 1 ปีก็ต้องอดทนรอ โอกาสนั้นมีเสมอ หลังวิกฤต