น้ำมันยังลงราคาได้อีก

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำหลายครั้งว่า สงครามระหว่างเขากับอิหร่าน ใกล้เคียงจะยุติลงแล้ว หากคำพูดของเขาเป็นจริง ราคาน้ำมันตลาดโลกก็คงจะลดลงเป็นอันมาก


โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำหลายครั้งว่า สงครามระหว่างเขากับอิหร่าน ใกล้เคียงจะยุติลงแล้ว หากคำพูดของเขาเป็นจริง ราคาน้ำมันตลาดโลกก็คงจะลดลงเป็นอันมาก แต่หากกลับมาสู้รบกันใหม่ ราคาน้ำมันก็คงจะพุ่งทะยานไม่หยุด ชาวโลกรวมทั้งคนอเมริกันเอง ต้องรับเคราะห์กรรมที่ตนไม่ได้ก่อไปอีกนาน

ครับ ราคาน้ำมันจำหน่ายปลีกช่วงก่อนสงคราม (28 ก.พ.) กับปัจจุบันเพียงช่วง 8 สัปดาห์ ราคาขยับขึ้นมา 34-48% ดังนี้  เบนซิน 95 จากลิตรละ 39.14 บาทเป็น 52.54 บาท เพิ่มขึ้น 34%, ก๊าซโซฮอล์ 95 อี10 จาก 30.55บาทเป็น 42.95 บาท เพิ่มขึ้น 40% และดีเซลหมุนเร็ว B7 จาก 29.94 บาท เป็น 44.40 บาท เพิ่มขึ้น 48%

นี่ขนาดรัฐมนตรีพลังงานไปทุบโรงกลั่น โดยสั่งลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นลงมา 2.00 บาทแล้วนะ

อย่างไรก็ตาม  ยังมีรายการจะลดอัตราการจัดเก็บได้อีก 1 รายการ เพื่อให้ราคาน้ำมันถูกลงอีก นั่นคือภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งมีอัตราที่รัฐบาลเรียกเก็บต่อลิตรดังนี้

เบนซิน 95 เรียกเก็บ 7.50 บาท, แก๊สโซฮอล์ 95 อี10 เรียกเก็บ 6.75 บาท, แก๊สโซฮอล์ 95 อี20 เรียกเก็บ 6.00 บาท ส่วนดีเซลหมุนเร็ว B7 และ B20 ซึ่งเป็นน้ำมันมหาชน เรียกเก็บ 6.92 และ 5.95 บาทตามลำดับ

หากลดภาษีน้ำมันแต่ละประเภทลงมาสักครึ่งหนึ่งหรือ 50% เบนซิน 95 ก็จะลดลงมาได้อีก 3.75 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อี10 จะ ลดลงมาได้อีก 3.375 บาท แก๊สโซฮอล์ อี20 จะลดลงได้อีก 3 บาท ดีเซลหมุนเร็ว B7 จะลดลงได้อีก 3.46 บาท และ B20 จะลดลงได้อีก 2.97 บาท

ราคาน้ำมันหน้าปั๊มจะสามารถลดลงได้อีก ตั้งแต่ 3 บาทขึ้นไปถึง 3.75 บาทเลยทีเดียว หากรัฐบาลยอมเฉือนเนื้อจากการจัดเก็บภาษีน้ำมันลงมา 50% ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าประชาชนได้ไม่น้อย

ต้องยอมรับกันว่า ตั้งแต่มีวิกฤตพลังงาน รัฐบาลอนุทิน ไม่เคยคิดจะปรับลดรายได้จากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน อันเป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกับประชาชนผู้บริโภค หรือโรงกลั่นที่ยอมลดราคาหน้าโรงกลั่นลงมา 2.00 บาทเลย ทั้งที่สามารถประกาศลดได้เลย “หากมีใจ”

เวียดนาม ยังประกาศลดอัตราจัดเก็บภาษีน้ำมันเหลือ 0% และรัฐบาลไทยทุกชุดที่ผ่านมา ก็ยังยอมเฉือนเนื้อรายได้ตนเอง ยามมีวิกฤตพลังงาน

มีสุ้มเสียงการวิเคราะห์บางส่วนอยู่บ้างเหมือนกันว่า การที่รัฐบาลไม่คิดจะปรับลดภาษีสรรพสามิตลงมาก็เพราะ กลัวจะไม่มีเงินเอาไปทำโครงการ “คนละครึ่งพลัส” หวังแจกเงินประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปคนละ 2,000 บาท จำนวน 50 ล้านคนในวงเงินสูงถึง 1 แสนล้านบาท

อันเป็นโครงการที่สร้างชื่อเสียงให้แก่รัฐบาลอย่างมาก ทำให้รัฐบาลได้รับความนิยมอย่างสูง และเป็นปัจจัยหนุนอย่างหนึ่งในชัยชนะเด็ดขาดจากการเลือกตั้ง

แต่ในทางกลับกัน หากรัฐบาลเลือกแนวทางลดภาษีน้ำมันลงมา จะ 3 บาทก็ดี หรือ 3.75 บาทก็ดี ก็ล้วนแล้วแต่จะเป็นการลดภาระหนักอึ้งให้ประชาชน ที่สัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรมเช่นกัน ลองตรองดูดี ๆ การยอมลดภาษีฯ จะเป็นการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างตรงจุดและครอบคลุมทั่วถึงกว่า “คนละครึ่งพลัส” ด้วยซ้ำ

การเลือกลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน สามารถทำได้ทันทีเลย หากรัฐบาล “มีใจ”

Back to top button