“ซาอุฯ” เล็งผลิตน้ำมันเพิ่มแตะ10.6ล้านบาร์เรลพ.ค.63 หลังสิ้นสัญญาโอเปกหั่นกำลังผลิตวันนี้

"ซาอุฯ" เล็งผลิตน้ำมันเพิ่มแตะ10.6ล้านบาร์เรลพ.ค.63 หลังสิ้นสัญญาโอเปกหั่นกำลังผลิตวันนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า กระทรวงพลังงานของซาอุดิอาระเบีย เผยว่าทางซาอุดิอาระเบียมีแผนที่จะส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มเป็นวันละ 10.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมกับเพิ่มกำลังการผลิตอีก 6 แสนบาร์เรลในเดือน พ.ค.นี้ หลังกำลังการเผาไหม้ของน้ำมันลดน้อยลง รวมถึงปริมาณการใช้น้ำมันในประเทศปรับลดลงไปซึ่งเป็นผลมาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19

โดยกระทรวงพลังงานของซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า ได้มีคำสั่งให้ทาง Saudi Aramco ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเพิ่มกำลังผลิตเป็น 12.3 ล้านบาร์เรล ในเดือนเม.ย เพื่อที่จะได้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอที่จะส่งออกน้ำมันไปยังต่างประเทศจำนวน 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน พ.ค

ทั้งนี้ การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันซาอุดิอาระเบีย ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการประกาศทำสงครามราคาน้ำมันกับรัสเซีย หลังจากที่รัสเซียไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ที่ต้องการให้ผู้ผลิตน้ำมันลดกำลังลง 1.5 ล้านบาร์เรล/วัน จนถึงสิ้นปีนี้ หลังทางรัสเซียยืนยันว่าต้องการให้ผู้ผลิตน้ำมันทำการปรับลดกำลังการผลิตตามโควตาเดิมไปจนถึงสิ้นสุดไตรมาส 2

อย่างไรก็ตามผู้ผลิตน้ำมันทั่วโลกยังคงต้องเผชิญปัญหาที่เกิดจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังปริมาณการใช้น้ำมันทั่วโลกได้ลดลงจาก 35 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือ 20 ล้านบาร์เรลต่อวันเท่านั้น ลดลงมากถึง 20% เมื่อเทียบปริมาณการใช้น้ำมันในปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การลดลงดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกสัญญาเบรนท์ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 22.85 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ลดลงไปมากถึง 8.3% และเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 17 ปี นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2545

อนึ่ง การแผนส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มของซาอุดิอาระเบียเกิดขึ้นภายหลังจากกรณีที่ในการประชุมครั้งล่าสุด ระหว่างกลุ่มโอเปก และพันธมิตรนำโดยรัสเซียนั้นประสบความล้มเหลว ไม่สามารถเจรจาหาข้อตกลงร่วมกันได้ โดยทางกลุ่มโอเปกต้องการให้พันธมิตรลดกำลังการผลิตลงเพิ่มขึ้นอีกวันละ 500,000 บาร์เรล ซึ่งกลุ่มโอเปกจะลดกำลังการผลิตอีกวันละ 1 ล้านบาร์เรล รวมเป็น 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ที่จะลดลงเพิ่มจากข้อตกลงเดิมที่ทำไว้ลดกำลังการผลิตลงรวม 1.5 ล้านบาร์เรล ที่จะสิ้นสุดในปลายเดือน มีนาคมนี้