
“ซาอุ” โดนโจมตี “ท่อส่งน้ำมัน” กระทบขนส่ง 7 แสนบาร์เรลต่อวัน
ซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีท่อส่งน้ำมันสายสำคัญสู่ทะเลแดง กระทบปริมาณขนส่งลดลง 700,000 บาร์เรลต่อวัน ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังกดดันตลาดพลังงานโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 โดยอ้างอิง ซีเอ็นบีซี (CNBC) ว่า ซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีท่อส่งน้ำมันสายสำคัญที่เชื่อมสู่ทะเลแดง ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบลดลงราว 700,000 บาร์เรลต่อวัน
ตามรายงานของ สำนักงานของรัฐ Saudi Press Agency ระบุว่า เหตุโจมตีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสถานีสูบน้ำในท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก–ตะวันตก (East-West Pipeline) ซึ่งทำหน้าที่ขนส่งน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตใกล้อ่าวเปอร์เซีย ไปยังท่าเรือส่งออกที่เมืองยันบู (Yanbu) บนชายฝั่งทะเลแดง
ทั้งนี้ ท่อส่งน้ำมันดังกล่าวมีขีดความสามารถราว 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และถือเป็นเส้นทางหลักในการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะในช่วงที่ไม่สามารถใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติจากสถานการณ์ความขัดแย้ง
นอกจากนี้ การโจมตีโรงงานผลิตน้ำมันที่ Manifa และ Khurais ยังส่งผลให้กำลังการผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียลดลงเพิ่มเติมอีกประมาณ 600,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่โรงกลั่นหลายแห่งได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจยิ่งซ้ำเติมภาวะตึงตัวของอุปทานในตลาดโลก
ในด้านสถานการณ์การเดินเรือ สหรัฐอเมริกาได้ตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซสามารถดำเนินต่อได้ อย่างไรก็ตาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทน้ำมันแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (Abu Dhabi National Oil Co.) ระบุว่า ช่องแคบดังกล่าวยังคงมีข้อจำกัดสูงต่อการสัญจร
ด้าน Sultan Ahmed Al Jaber ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (ADNOC) ระบุว่า อิหร่านยังคงกำหนดเงื่อนไขให้เรือที่ต้องการผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้า

