“SMART-BEAUTY-APCO” ปรับกลยุทธ์รับมือโควิด-เศรษฐกิจชะลอ!

“SMART-BEAUTY-APCO” ปรับกลยุทธ์รับมือโควิด-เศรษฐกิจชะลอ!

จากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ระบาดทั่วโลก คร่าชีวิตผู้คน-ฉุดเศรษฐกิจโลก และกระทบต่อภาคธุรกิจเชิงมหาภาค ทั้งการลงทุน ระบบเศรษฐกิจ รวมถึงภาคตลาดทุน ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะงัก เนื่องจากทุกอย่างถูกเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่ บริษัทจดทะเบียนหลายๆแห่งได้รับผลกระทบทั้งในเชิงลบและเชิงบวก

ขณะที่การแพร่ระบาดมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น และยังมีความไม่แน่นอนว่าจะยืดเยื้อแค่ไหน แต่ละบริษัทจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยกำหนดนโยบายหาทางออก ปรับตัวเพื่อความอยู่รอดขององค์กรและธุรกิจ กู้ยอดขาย เพื่อฝ่าวิกฤติ และสามารถนำพาธุรกิจออกมาจากวิกฤตนี้ได้ทัน

ด้านนายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SMART ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาด้วยระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อใช้ในงานก่อสร้างและงานกั้นผนังอาคารกล่าวว่า ธุรกิจของบริษัทในช่วงไตรมาส 1/63 ได้รับผลกระทบไม่มากนัก สาเหตุจากโครงการภาครัฐที่ขอความร่วมมือปิดบางหน่วยงาน จึงทำให้ต้องชะลอการก่อสร้างออกไป ผลกระทบที่ได้รับคาดว่าไม่เกิน 5-10%

ส่วนงานภาคเอกชนจากคำสั่งซื้อเดิมที่มีอยู่ยังคงทยอยใช้สินค้าอิฐมวลเบา-อิฐมวลเบาตกแต่งตามปกติ จากโครงการประเภทอาคารที่พักอาศัยทั้งแนวราบและแนวสูง คอนโดมิเนียม อาคารโรงงาน ปัจจุบันสัดส่วนงานเอกชน 70% และภาครัฐ 30% คาดว่าผลประกอบการในช่วงไตรมาส1/63 ยังคงเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้

ทั้งนี้บริษัทมองว่าปัจจัยที่เป็นโอกาส จะมาจากมาตรการของรัฐบาลในกรณีเลื่อนวันหยุดสงกรานต์  ทำให้แรงงานต้องดำเนินงานตามปกติ การทำงานไม่หยุดชะงัก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของทุกปี ส่งผลให้บริษัทสามารถส่งของให้ลูกค้าได้รวดเร็วตามความต้องการ

อย่างไรก็ตามสถานการณ์นี้ถือเป็นโอกาสดีในการปรับตัว ปรับกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อนำพาธุรกิจออกจากวิกฤตต่างๆได้ เช่น การจัดอบรมให้ความรู้พนักงานถึงความสำคัญในด้านความปลอดภัย รวมถึงวางแผนธุรกิจทั้งเชิงรุกและรับ หากเกิดสถานการณ์วิกฤตขึ้นอีกในอนาคต พร้อมทั้งส่งเสริมระบบการทำงานผ่านช่องทางออนไลน์ของทุกฝ่าย ปรับเปลี่ยนการทำงานเป็นระบบ work from home เพื่อให้การทำงานไม่สะดุด และเพิ่มศักยภาพช่องทางการขายออนไลน์ ให้มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับยอดขายที่เติบโตมากขึ้น

ด้าน ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิวภายใต้แนวคิด Live a Beautiful Life เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19) แพร่ระบาดทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของ BEAUTY ทั้งในประเทศและต่างประเทศเช่นกัน

โดยบริษัทมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะเกิดผลกระทบกับธุรกิจในระยะหนึ่งเท่านั้น และจำเป็นที่จะต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจและแผนการดำเนินงานของบริษัทจะมุ่งเน้นในด้านหลักๆ

ประกอบด้วยการ 1.เพิ่มช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ที่หลากหลาย  เสริมสร้างขีดความสามารถการนำเสนอสินค้าและบริการจัดส่งถึงบ้านเพื่อเพิ่มยอดขาย อีกทั้งพนักงานประจำสาขาที่เคยอยู่ในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำต่างๆ   จะสามารถขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง พร้อมบริการจัดส่งสินค้า และมีจัดโปรโมชั่นพิเศษ

โดยสามารถซื้อ-ขายผ่านเว็บไซต์ของบริษัท https://www.beautybuffet.co.th/ https://www.facebook.com/beautybuffetfanpage/ [email protected]  และผ่านระบบแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ชั้นนำต่างๆ อาทิ Lazada Shopee  Zilingo  JD Konvy  ซึ่งคาดว่าช่องทางดังกล่าวจะมียอดขายที่เติบโตขึ้น

2.บริหารจัดการต้นทุนการขาย บุคลากร ควบคุมค่าใช้จ่าย บริษัทมีมาตรการลดต้นทุนชัดเจน ทั้งต้นทุนคงที่และสัดส่วนของต้นทุนผันแปรต่อรายได้รวม อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวได้ถูกนําไปใช้ในทุกหน่วยธุรกิจ บริษัทมีการตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จําเป็น และมีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด

รวมถึงลดค่าใช้จ่ายทางด้านการตลาด การโฆษณา และบุคลากร ในด้านของธุรกิจค้าปลีก บริษัทได้เริ่มเจรจากับผู้ให้เช่า ทั้งเจ้าของห้างสรรพสินค้าทุกค่ายภายใต้สัญญาเช่าต่างๆ เพื่อขอลดหรือหยุดการจ่ายค่าเช่า อีกทั้งได้มีการเจรจากับคู้ค่าทางธุรกิจเพื่อขอส่วนลด และ/หรือ   ผ่อนปรนเงื่อนไขในการชําระเงิน

จากสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการปรับตัวตามสภาวะภัยที่เกิดขึ้น BEAUTY ตระหนักและมีความพร้อมในการปรับตัวอย่างเต็มที่ บริษัทได้มีการปรับทั้งระบบการค้า สร้างช่องทางจำหน่ายใหม่ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะได้รับผลกระทบในครั้งนี้ แต่ยังมีความพร้อมที่จะกลับมาพัฒนาธุรกิจให้มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นในลำดับต่อไป อีกทั้งบริษัทได้มีการติดตามสถานการณ์ และผลกระทบต่างๆอย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาปรับทิศทางการดำเนินธุรกิจ ปรับตัวในด้านการใช้จ่ายและการควบคุมแผนงานต่างๆมากขึ้น เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด

ด้านศ.ดร. พิเชษฐ์  วิริยะจิตรา  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือAPCO กล่าวว่า สถานการณ์ไวรัสโควิด – 19 ในประเทศไทย คาดว่าจะมีแนวโน้มการแพร่กระจายมากขึ้น เห็นได้จากสถิติคนติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นผลกระทบในเชิงบวกสำหรับบริษัท

โดยในช่วงไตรมาสแรก ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดมียอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งได้รับความสนใจจากพันธมิตรประเทศจีน ที่มีความพอใจในประสิทธิภาพ และต้องการเป็นตัวแทนจำหน่ายเพียงรายเดียวในประเทศจีน ฮ่องกง และไต้หวัน เพื่อช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ชาวจีนในการควบคุมไวรัสโควิด -19 และยังมีพันธมิตรอีกหลายรายที่สนใจนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดเข้าไปจำหน่าย อาทิ ประเทศไนจีเรีย, เอธิโอเปีย

ขณะที่การดำเนินธุรกิจในประเทศ บริษัทเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด – 19 พร้อมทำการตลาดทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัทผ่าน Social Media มากขึ้น ทั้งการขายผ่านศูนย์ BIM Health Center และตัวแทนจำหน่าย เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง

ทั้งนี้ APCO เป็นผู้พัฒนานวัตกรรมธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความงามด้วยการวิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่ายครบวงจร ได้พัฒนาอาหารเสริมนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด ที่เพิ่มภูมิคุ้มกันด้วยการใช้สารสกัดเสริมฤทธิ์ของมังคุด ร่วมกับสารสกัดอื่นอีก 4 ชนิดคือ ถั่วเหลือง ฝรั่ง งาดำ ใบบัวบก

อย่างไรก็ตาม จากการวิจัยอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของสาร 2 ตัว คือ Interferon-γ  และ TNF – α  อีกทั้งสามารถเพิ่มเม็ดเลือดขาว Th 17 ซึ่งเป็นสารที่ต่อต้านไวรัส นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการป้องกันและกำจัดเชื้อไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูง

คำค้น