SSF ความหวัง & แค่หวัง.?

ถือว่าเปิดฉากขายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับกองทุนใหม่ป้ายแดงชื่อว่ากองทุนเพื่อการออม (Super Savings Fund) หรือ SSF แบ่งเป็น 2 รูปแบบ แบบแรกคือกองทุน SSF พิเศษ (Super Savings Fund Extra Class : SSFX) ตามมติคณะรัฐ มนตรี (ครม.) เมื่อ 10 มี.ค. 63 ที่ผ่านมา

พลวัตปี 2020 : สุภชัย ปกป้อง

ถือว่าเปิดฉากขายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับกองทุนใหม่ป้ายแดงชื่อว่ากองทุนเพื่อการออม (Super Savings Fund) หรือ SSF แบ่งเป็น 2 รูปแบบ แบบแรกคือกองทุน SSF พิเศษ (Super Savings Fund Extra Class : SSFX) ตามมติคณะรัฐ มนตรี (ครม.) เมื่อ 10 มี.ค. 63 ที่ผ่านมา

โดยมีเงื่อนไขลงทุนซื้อหุ้นใน SET และ mai ไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ หักลดหย่อนภาษีเงินได้พึงประเมินตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 200,000 บาท แยกจากวงเงินลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน SSF กรณีปกติและไม่อยู่ภายใต้เพดานวงเงินหักลดหย่อนรวมในกองทุนเพื่อการเกษียณทั้งหมด กำหนดระยะเวลาลงทุน 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย. 63 และถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 10 ปี

ส่วนอีกแบบคือกองทุน SSF ปกติ (Super Savings Fund) มีนโยบายการลงทุนให้เลือกหลากหลายตามความสนใจของผู้ลงทุน ผู้ลงทุนสามารถลงทุน นับตั้งแต่วันที่เสนอขายถึงวันที่ 31 ธ.ค. 67 สามารถนำไปลดหย่อนภาษีแต่ละปีภาษีรวม กันทุกกองทุนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

เมื่อรวมกับเงินลงทุนกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF), เงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน, กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญต้องไม่เกิน 500,000 บาท ช่วงปีภาษีเดียวกัน

ไฮไลต์..มันอยู่ที่ SSFX ที่หมายมั่นปั้นมือกันว่า ช่วง 3 เดือน จะมีเม็ดเงินลงทุนรวมประมาณ 60,000 ล้านบาทที่จะเข้าลงทุนหุ้นในตลาดฯ เพื่อทำหน้าที่เสมือนประคองหรือพยุงท่ามกลางตลาดหุ้นที่ผันผวน อันเกิดจากวิกฤติการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้หุ้นจำนวนมาก ปรับตัวลงต่ำกว่าพื้นฐานมากเกินไป

ความท้าทาย..จึงอยู่ตรงที่ว่าเม็ดเงิน 60,000 ล้านบาท จะทำให้จริงหรือไม่.? แม้มีแรงจูงใจเรื่องการลดหย่อนภาษีเข้ามาก็ตาม แต่ทว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาของการลงทุนในกองทุนฯ โดยธรรมชาติกองทุนการออมแบบบี้ เม็ดเงินจะเข้ามาช่วงปลายปี เห็นได้ชัดจากกรณี LTF ในอดีต

ยิ่งไปกว่านั้น..จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้ คงไม่มีใครกล้าที่จะนำเงินมาแช่ไว้ในกองทุนฯ นานถึง 10 ปี เพราะเงื่อนไขการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดการ “รักษาสภาพคล่อง” เพื่อใช้ดำรงชีวิตมากกว่าจะนำเงินมาลงทุนระยะยาว แม้ว่าตลาดหุ้นปรับตัวลงมามากแล้วก็ตาม

มีการประเมินจากบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน จำกัดว่าจากโครงสร้างภาษีและแรงจูงใจตามสภาพเศรษฐกิจ และกรอบซื้อ 3 เดือน เชื่อว่าจะมีเม็ดเงินเข้ามาไม่เกิน 9,000-15,000 ล้านบาท โดยประมาณ 10,000 ล้านบาท ทำให้ผลักดันดัชนี SET ได้ไม่เกิน 70 จุด ที่สำคัญตลาดหุ้นตอบรับประเด็นนี้ไประดับหนึ่งแล้ว.!!

นั่นจึงเป็นที่มาของคำถามว่า SSF จะเป็น “ความหวัง” หรือไม่..หรืออาจทำได้ “แค่หวัง” เท่านั้นเอง..!!